พลัดพราก จากลา

Movies Move Along แนะนำ หนัง และภาพยนต์.. น่าชม
by SanJiKick

พลัดพราก จากลา

Postby Tosak » Wed Dec 04, 2013 12:20 pm

พลัดพราก จากลา
ครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่งานเขียนของข้าน้อยจะได้รับการตีพิมพ์ลงบน BE Variety เพราะนิตยสาร BE Variety จะหยุดการตีพิมพ์ไปอย่างไม่มีกำหนด และระหว่างนี้ BE Variety ก็จะเผยแพร่อยู่บน website และ application บน smartphone ซึ่งจะเริ่มปล่อยให้มีการ download กันประมาณต้นปี 2014

ข้าน้อยจึงถือโอกาสนี้ร่ำลาท่านผู้อ่านด้วยภาพยนตร์ 3 เรื่อง ที่มีเนื้อหาของการจากลาที่ประทับใจข้าน้อยที่สุด ตามความรู้สึกของข้าน้อย (SPOILED ALERT !!)
Grave of the Fireflies (1988) ที่สร้างจากชีวิตจริงของ อาคิยูกิ โนซากา เด็กชายผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดเพลิงที่เมืองโกเบในประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในตอนนั้น มีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการทั้งสิ้น 8,841 คน และผู้คนกว่าล้านคนต้องสูญเสียบ้านเรือนไป

โดยในภาพยนตร์นำเสนอช่วงเวลาตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ทิ้งระเบิดเพียงไม่กี่วัน ที่พ่อของตัวเอกต้องทิ้งครอบครัว ไปร่วมรบโดยไม่รู้ชะตากรรม จนกระทั่งถึงวันที่ทิ้งระเบิด ที่แม่ถูกไฟครอกทั้งตัวจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหลือเพียงแค่อาคิยูกิ ซึ่งในตอนนั้น อายุ 14 ปี กับน้องสาวของเขา อายุประมาณ 4 ขวบ

ส่วนที่เศร้าและสะเทือนใจที่สุด จะเริ่มตั้งแต่ช่วงที่เขาและน้องสาว ไม่มีอาหารกิน และไม่มีผู้ใหญ่ช่วยเหลือ ต้องอาศัยอยู่ในอุโมงใต้ภูเขาเพียงลำพัง จนอาคิยูกิต้องอาศัยการขโมยอาหารเพื่อมาเลี้ยงน้อง จนถูกทุบตีจากผู้ใหญ่ และในช่วงที่โกเบถูกทิ้งระเบิดอีกรอบ ในขณะที่ทุกคนทิ้งบ้านเรือนเพื่อหนีตาย ตัวเขาเองต้องวิ่งเข้าไปตามบ้านต่างๆ ที่กำลังถูกไฟไหม้ เพื่อหาอาหารและเครื่องนุ่งห่มมาเพื่อยังชีพตัวเองกับน้องสาว แต่สุดท้ายน้องสาวของเขาก็เสียชีวิตอย่างน่าเศร้า เพราะอดอาหารมาหลายวัน
The Pianist (2002) สร้างจากชีวิตจริงของนักเปียโนยิวชาวโปแลนด์ที่มีชื่อว่า Wladyslaw Szpilman ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิวโดยทหารเยอรมัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (The Holocaust) ซึ่งในตอนนั้นมีชาวยิวถูกสังหารหมู่ด้วยวิธีการต่างๆ ประมาณ 6 ล้านคน

ภาพยนตร์เริ่มเรื่องตั้งแต่ที่เยอรมันบุกเข้าไปในโปแลนด์ในปี 1939 ไปจนถึง ปี 1945 ที่สงครามจบลง โดยในภาพยนตร์จะได้เห็นความโหดร้ายของทหารเยอรมัน ที่กระทำต่อประชาชนชาวโปแลนด์ และเนื้อหาเริ่มเข้มข้น และหดหู่มาก ในฉากที่ตัวเอกของเรื่อง และครอบครัวของเขา ที่มีพ่อ แม่ พี่ชาย และน้องสาว รวมถึงชาวโปแลนด์คนอื่นๆ ถูกต้อนเรียงแถวขึ้นรถไฟ ที่เป็นตู้เปล่าๆ ที่ไม่มีหน้าต่าง และไม่มีที่นั่ง และให้ทิ้งสัมภาระทั้งหมดไว้ เพื่อไปเข้าห้องรมแก๊สให้ตาย

แต่ Szpilman รอดมาได้ เพราะในตอนนั้นมีชาวโปแลนด์จำนวนหนึ่งถูกเกณฑ์ไปเป็นเจ้าหน้าที่ผู้คุมให้กับกองทัพเยอรมัน และเจ้าหน้าที่นายหนึ่งได้ช่วยเขาไว้ด้วยการจับเขาแยกออกมาจากแถวของคนที่กำลังขึ้นรถไฟ โดยที่ Szpilman ยังไม่ทันได้กล่าวลาครอบครัว และต้องรีบหนีไปจากตรงนั้น ด้วยการแกล้งทำเป็นเข็นรถขนศพเด็กไปทิ้ง
โดยฉากที่สะเทือนใจที่สุด คือฉากหลังจากนั้น ที่ทุกคนขึ้นรถไฟไปหมดแล้ว และ Szpilman เดินร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังเพียงคนเดียว บนถนนเงียบสงัด และเกลื่อนไปด้วยศพ และข้าวของเครื่องเรือน ที่ถูกรื้อค้นเพื่อหาของมีค่า
The Impossible (2012) เล่าเรื่องจากประสบการณ์จริงของ María Belón Alvárez แพทย์หญิง (Phisician) ชาวสเปนที่ประสบเหตุสึนามิที่ประเทศไทยในปี 2004 โดยในตอนนั้น Maria และครอบครัว ประกอบด้วยสามี และลูกชาย 3 คน ได้ไปเที่ยวที่เขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

The Impossible เริ่มเรื่องตั้งแต่ที่ครอบครัวนี้ไปพักที่ resort ที่เขาหลัก ก่อนเหตุการณ์สึนามิ 2 วัน และหลังจากนั้นก็เกิดคลื่นยักษ์ซัดมา โดยที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งตลอดทั้งเรื่องหลังจากนี้ ไปจนจบ เต็มไปด้วยความน่าติดตาม เริ่มตั้งแต่ที่ หลังจากคลื่นซัดมา โดย Maria และ Lucas ลูกชายคนโตของเธอ ลอยอยู่บนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก และพยายามจะว่ายน้ำเข้ามาหากัน ไปจนถึงตอนที่สามีของ Maria กำลังออกมาตามหาภรรยาและลูกขายคนโต โดยฝากลูกชายคนเล็ก 2 คนไว้กับผู้ประสบภัยคนอื่น และได้มีคนให้ยืมโทรศัพท์เพื่อโทรกลับบ้าน โดยทันทีที่เขาได้โทรกลับบ้าน และปลายสายถามกลับมาว่า "Is everyone alright?" เขาก็หลุดร้องไห้โฮออกมา ประมาณว่า "... swept everyone away"

SanJiKicK
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2759
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to Movies Move Along

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest