เล่าสู่กันฟ้ง Nov 14 by มังกรขี่เกียรตื่น

เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบอสตัน และนิวอิงแลนท์
by มังกรขี้เกียรตื่น

เล่าสู่กันฟ้ง Nov 14 by มังกรขี่เกียรตื่น

Postby Tosak » Mon Nov 03, 2014 5:33 pm

เล่าสู่กันฟัง โดยมังกรขี้เกียจตื่น

เดือนนี้ก็เริ่มกันที่คอนเสิร์ต เจ เจตริน ที่มา ทำการแสดงที่บอสตันครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว โดยการมาครั้งแรกนั้น เมื่อปี 2009 มาพร้อมกับคุณMJ และคุณโบโบ้ สมาชิกของ 3King and the babe และ Dj Ten ก็สร้างความประทับใจไว้ไม่น้อย จึงทำให้การมาครั้งนี้มีผู้คนให้ความสนใจกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อย สาวใหญ่ และผู้คนหลากหลายวัย การมาครั้งนี้คุณเจ เจตริน ก็ไม่ได้มาท่านเดียวแต่มาพร้อมกับคุณ ต้น AF ซึ่งก่อนขึ้นเวทีนั้นก็มีแต่คนถามว่าเป็นใคร ไม่ค่อยมีใครรู้จักซักเท่าไรนัก แต่พอคุณต้น ขึ้นเวทีก็ทำให้หลายๆท่าน พูดถึงเสียงที่ไพเราะ และลีลาบนเวที ทำให้หลายๆ ท่านจำซื่อต้นAF ไปได้อีกนานเลยทีเดียว และงานนี้คุณMJ มาเป็นลูกคู่ พร้อมกับ Dj Ten มาเปิดเพลงให้เหมือนอีกเช่นเคย ก็ทำการแสดงกันไปในวันพุธที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ The Estate เหมือนเช่นเดิม วันนั้นถึงฝนจะตกกันมาตั้งแต่เช้า แต่ก็ยังมีผู้มาร่วมงานมากมาย ตั้งแต่วัยรุ่น ไปจนถึงวัยกลางคน วัยกลางคนหลายท่านไม่เคยเห็นในงานแบบนี้ ก็มาร่วมงานด้วย ก็ได้รับความประทับใจกลับไปไม่น้อย ผมเห็นเริ่มเต้นกันตั้งแต่ เริ่มงาน จนจบงาน ผมก็เป็นห่วงหลายท่านที่อายุมากหน่อยแล้วจะไม่ไหว แต่ก็เห็นทุกคนสนุกสนานกันเต็มที่ ก็เรียกว่างานนี้ก็ประสบผลสำเร็จไปอีกงาน สำหรับ Funis และ bevariety ผู้จัดในบอสตัน

แล้วสำหรับ Halloween ปีนี้ Funis ก็จัดงาน Thai Night Out Halloween Party วันที่ 30 ตุลาคม ที่ Golden Temple Brookline งานHalloween Party ของคนไทยแบบนี้ Funis จะเป็นผู้จัดทุกปี แล้วก็จะมีวัยรุ่นเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เรียกว่ามากกว่าทุกงานในแต่ละปีที่ Funis จัด ผมเชื่อว่าเป็นเพราะว่า หลายๆ ท่านอยากจะแต่งตัว ออกมาโชว์กัน จริงๆ เดี๋ยวนี้ งาน Halloween ก็ไม่ได้เน้นแต่งตัวน่ากลัวเหมือนแต่ก่อน แต่ออกจะเซ็กซี่ซะด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะถ้า Halloween ปีไหนมีอากาศไม่หนาวมาก ท่านจะเห็นผีเซ็กซี่ออกมาเดินเต็มไปหมด นี้อาจจะเป็นอีกข้ออ้างหนึ่งที่ทำให้สาวๆ แต่งตัวเซ็กซี่แล้วไม่มีคนมาว่าก็เป็นไปได้ งานนี้ก็มีเบียร์สิงห์ เป็นผู้สนับสนุน ใครเก็บฝาเบียร์สิงห์ ได้ 30 ฝาแลกบัตรเข้างานฟรีที่หน้างาน พร้อมแจกของมากมายในงานด้วยครับ
เสร็จงานสนุกสนานกันแล้วก็มางานบุญกันบ้าง งานแรกสำหรับผ้าป่าสามัคคี วัด Temple forest Monastery ซึ่งเป็นวัดป่าสายหลวงปู่ชา มาเปิดใหม่ที่ Temple, NH ก็ใช้เวลาขับรถจากบอสตันก็ น่าจะ ชั่วโมงครึ่ง ถึง สองชั่วโมง แต่รับรองได้ว่าท่านจะได้ชมบรรยากาศที่สวยงามท่ามกลางขุนเขา เรียกว่าไปแล้วไม่อยากกลับเลยทีเดียว วัดนี้ได้เช่าอาคารปลูกสร้างใน ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากลางหุบเขาจึงทำให้บรรยากาศโดยรวมดีมาก ร่มรื่นเหมาะกับการนั่งวิปัสนากรรมฐาน แต่อาจจะเสียเรื่องการเดินทางในหน้าหนาวถ้ามีสโนว์ตกว่าน่าจะเดินทางลำบากอยู่ สำหรับวัดนี้ยังมีพระจำวัดอยู่ไม่กี่รูป และมีแต่พระฝรั่งทั้งสิ้น สำหรับงานนี้ก็ได้นิมนต์พระภิกษุ และภิษุณีฝรั่ง จากแคนาดา และพระจากที่อื่นๆ มาร่วมงานกันด้วย งานก็ผู้มาร่วมงานก็เป็นชาวต่างงานที่ครบศรัทธาในพระพุทธศาสนา มาร่วมงานมากกว่าครึ่ง งานบรรยากาศก็เป็นแบบกลางเต็นท์กันกลางหุบเขา รับแดด รับลม ช่วงเช้าก็ตักบาตร บ่ายก็มีพิธีถวายผ้าป่า มีผ้าป่าจากประเทศไทยมาร่วมถวายด้วย บรรยากาศก็เงียบสงบเย็นสบาย สวยงาม ครับ

อีกงานสำหรับเดือนนี้ก็เป็นงานกฐิน วัดพระธรรมกาย ซึ่งปีนี้มี กัลฯธีรเดช เวชธนากร และ กัลฯ ภรณี มณีเพชร เป็นประธาน วัดพระกรรมกายนี้ ก็ดูการจัดงานเป็นระเบียบแบบแผน กว่าวัดอื่นๆ เท่าที่ผมเคยไปมา งานนี้ก็มีผู้เข้าร่วมเต็มวัดเหมือนกัน ถึงแม้สถานที่จะดูเล็กไปซักนิดเมื่อเทียบกับวัดอื่นๆ แต่ก็ดูอบอุ่นประทับใจ และเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วงเช้าก็พากันนั่งสมาธิ ก่อนแล้วค่อยตักบาตร หลังตักบาตรก็มีการถ่ายรูปหมู่ ส่วนหลังเพล ก็เป็นการตั้งขบวนแห่ กฐิน วนรอบวัดหนึ่งรอบแล้วเข้าสู่วัดเพื่อทำพิธี หลังเสร็จพิธีก็มีการร่วมถ่ายรูปหมู่อีกครั้ง ก็เป็นอันเสร็จพิธี ก็อิ่มอกอิ่มใจอิ่มบุญ ไปตามๆ กันครับ

สำหรับงานกฐินสามัคคีวัดบอสตันพุทธวราราม ก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานเหมือนเช่นทุกปี งานนี้ถ้าใครไปงานสายเกิน 10.30น. ก็ต้องไปจอดรถ และเดินไกลกันหน่อยครับเพราะคนเยอะจริงๆ กรรมการวัดก็เหนื่อยกันหน่อยสำหรับงานนี้ เห็นว่าต้นกฐินที่พับด้วยเงิน นั้นไม่พอจำหน่าย วัดนี้มีกุศโลบายในการใช่ธนบัตรใบละ 1 ดอลล่าร์มาพับและประดับประดาเป็นต้นกฐินให้ผู้มีจิตศรัทธา ได้สั่งจองบูชากัน แต่ก็ตามนิสัยคนไทย ก็มาสั่งจองกันวันสุดท้าย บ้างท่านจะมาสั่งเอาเช้าวันงานก็มี กรรมการวัดก็เลยทำให้ไม่ทัน แต่ก็ไม่อยากขัดศรัทธาผู้มีใจบุญ ก็ต้องใช้กระบะ เวียนถวายกัน ไป ทุกท่านก็ได้ถวายต้นกฐินที่พับและประดับประดาด้วยธนบัตรกัน และมีความสุขกันทั่วหน้ากันไปทุกคน งานนี้ก็เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า ก็มีตักบาตร ในงานนอกจากจะมีอาหารให้ทุกคนได้รับประทานแล้ว ยังมีขนม และอาหารหาทานยากจำหน่ายเหมือนเช่นเคย ช่วงบ่ายก็การตั้งขบวนแห่กฐินกันตั้งแต่หน้าวัด ใครที่จองตันกฐินไว้ก็ถือไปร่วมขบวนแห่กัน ในขบวนก็นำหน้าด้วย เด็กๆ จากโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดบอสตันพุทธวราราม ตามด้วยขบวนกลองยาว และปิดท้ายด้วยขบวนแห่ต้นกฐินที่ผู้คนนำมาถวาย ก็ตีกัน รำกันสนุกสนาน หลังจากขบวนแห่ นำต้นกฐินเข้าสู่อุโบสถ หมดแล้ว ก็เริ่มด้วยการแสดงจาก สภาวัฒนธรรมไทยแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นคุณครูอาสาในโครงการ ที่มาสอนภาษาไทยและนาฎศิลป์ให้กับนักเรียนโรงเรียนภาษาวันอาทิตย์ วัดนวมินทรรราชูทิศ หลังจากนั้นก็เป็นการถวายต้นกฐินกัน ทุกท่านหลังจากถวายต้นกฐินเสร็จ ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดีอิ่มอกอิ่มใจที่ได้มาร่วมทำบุญกันทั่วหน้ากันครับ

สำหรับกฐินวัดนวมินทรราชูทิศ ในปีนี้ก็เป็นกฐินพระราชทานโดยมีนายประมวล-นางพิมพ์พลอย-น.ส.นภาพร ลิขิตแสน เป็นประฐานกฐิน ครอบครัว ลิขิตแสนก็เป็นเจ้าของร้านวันดีสยาม ที่มีหลายสาขาที่นิวยอร์ค ซึ่งถ้าใครได้ไปที่นิวยอร์ค ถ้าอยากทานอาหารไทยผมแนะนำต้องให้ลองร้านนี้ อาหารอร่อยถูกปากท่านมาก หรือลองหารับประทานในบอสตันได้ เพราะครอบครัวลิขิตแสน มาซื้อร้านนัดพบ หน้าBoston University ไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ไปลองได้นะครับ งานนี้ยังมีท่าน ว. วชิรเมธี มาเทศน์ในช่วงบ่ายของงาน และยังมีนักแสดงอย่างคุณเขมนิจ จามิกรณ์ หรือ แพนเค้ก มาร่วมงานอีกด้วย งานนี้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน ซึ่งขณะที่ผมเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ก็ยังไม่ถึงวันจัดงาน ก็คงต้องกลับมาเล่า กันต่อในเดือนหน้า
และสำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางสมาคมไทยบอสตัน ก็มีโครงการทำ มิวสิควิดีโอเพลง "สดุดีมหาราชา" โดยทางสมาคมจะจัดทำเรียบเรียงตนตรีขึ้นมาใหม่ แล้วใช้นักร้องที่อยู่ในบอสตันและนิวอิงแลนด์ ส่วนใหญ่จะเป็นนักร้องที่ซนะการประกวด Boston Thai Karaoke ที่ผ่านมา และนักร้องรับเชิญ รวม 20 ท่าน จัดทำขึ้นโดยวัตถุประสงค์ :
1. เพื่อรวมพลังอันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนชาวไทยในเขต Boston - New England ประเทศสหรัฐอเมริกา สดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ผ่านท่วงทำนอง ขับร้อง และเรื่องราวในมิวสิควีดีโอ
2. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 68 ปี และพระชนมายุ 87 พรรษา ประจำปี 2557
3. ผลิตสื่อ เพื่อเผยแพร่ในงานกิจกรรมต่างๆของประชาชนชาวไทยในเขต Boston - New England รวมทั้งทางสื่อมีเดียต่างๆ โดยเฉพาะทางอินเตอร์เนต (Social network) และเว็ปไซต์ของคนไทยในต่างแดน

โดยจะเริ่มทำเพลงกันตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม อัดเสียงนักร้องวันที่ 9 พฤจิกายน และถ่ายมิวสิควิดีโอของนักร้องทั้ง 20 ท่านในวันที่ 16 พฤศจิกายน และถ่ายภาพวิดีโอหมู่ ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน วันสุดท้ายนี่แหละสำคัญ ที่พวกเราชาวไทยในบอสตันและนิวอิงแลนด์ จะได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยการร่วมถ่ายภาพมิวสิควิดีโอ เป็นภาพหมู่ ที่วัดนวมินทรราชูทิศ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.30 น. อยากให้ทุกท่านที่พอมีเวลาไปร่วมกันใส่ชุดไทยสวยงาม หรือชุดสุภาพ และไปร่วมภาพมิวสิคกัน ผมว่าก็คงใช่เวลาไม่นาน ภาพนี้ก็จะได้มีเก็บกันไว้ดู ไว้ใช้ร้องกันไปจนชั่วลูกชั่วหลานกันเลยทีเดียว สำหรับการถ่ายทำครั้งนี้ก็เป็นทีมงานของบีวาไรตี้เป็นผู้จัดทำ ตามกำหนดการก็จะจัดทำให้เสร็จและเผยแพร่ได้ในวันที่ 1 ธันวาคม และสำหรับในวันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้ ทางสมาคมก็จะจัดให้มีพิธีถวายพระพร หน้าภูมิพลสแควร์ เหมือนเช่นทุกปี แล้วเราจะได้ร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา เวอร์ชั่นของบอสตัน เป็นครั้งแรกที่นั่น ก็ขอเชิญทุกท่านที่ว่างไปร่วมงานนี้ด้วยนะครับ รายละเอียดต่างๆ คงจะมีประกาศตามมาในภายหลัง

จากฉบับที่แล้ว ก็เคยบอกไว้ว่าจะมาเล่าให้ฟังว่า ทางสมาคมเคยทำหรือช่วยเหลืออะไรใครไปบ้าง จริงๆ แล้วสมาคมก็ช่วยเหลือคน และทำอะไรไว้เยอะ คอยเป็นที่พึ่งของคนตกทุกข์ได้ยาก พอนึกหาใครไม่ได้แล้ว ก็จะโทรเข้ามาที่สมาคม ผมจะยกตัวอย่างเรื่องเมื่อ ปีสองปีที่แล้วให้ฟัง ทางสมาคมได้รับการติดต่อจากทางกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์คว่า มีคุณแม่ของนักเรียนที่มาเรียนที่นี่ ติดต่อเข้าไป ขอให้ทางกงสุล ส่งคนไปดูลูกสาวตนเองให้หน่อย เพราะพักหลังโทรคุยกัน แล้วเหมือนมีอาการผิดปกติบอกว่า มีวิญญาณมาคุยด้วย และอื่นๆ คุณแม่เป็นห่วงมาก ทางกงสุลก็ติดต่อสมาคม ทางสมาคมก็เริ่มติดตามหาตัวว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนทำอะไรอยู่บ้าง ก็ได้ความว่าเป็นนักเรียนภาษา มาเรียนแล้วก็ไปทำงานด้วย แรกๆ ก็ดีๆ อยู่แต่พักหลังเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องจริงๆ พักหลังๆ มักบอกว่าตัวเองมีแฟนแล้วชื่อ สติฟ แล้วก็มาเล่าว่าไปโน่นไปนี้มากับสติฟ บอกว่าสติฟมารับบ้าง ประมาณว่าพูดคุยแต่เรื่องของสติฟ แต่ไม่มีใครเคยได้เห็นตัวสติฟ เลย แล้วพักหลังก็ย้ายออกไปอยู่คนเดียวในบ้านเช่าของคนจีน พอสอบถาม ผู้ให้เช่าห้อง นายจ้าง และเพื่อนๆ หลายๆ คน ก็มีความเห็นตรงกันว่า พักหลังๆ มีอาการทางประสาทพูดรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง และพูดแต่เรื่องเดิมๆ เคยพยายามเกลี้ยกล่อมให้ไปหาหมอหลายหน แต่ก็ไม่เป็นผล ทางสมาคมก็ปรึกษาที่ปรึกษาด้านกฏหมายว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง ก็ได้คำแนะนำมาว่าให้ญาติสนิทในที่นี้ก็ น่าจะเป็นเพื่อนเพราะไม่มีญาติพี่น้องที่นี่ เข้าไปแจ้งความต่อตำรวจแล้วนำตำรวจไป นำตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล เพื่อนก็หลอกให้นัดไปเจอกันที่ 88 Allston แล้วเพื่อนก็นำตำรวจพร้อมรถพยาบาลไปรับตัวมาตรวจที่โรงพยาบาล ก็ปรากฏว่า มีอาการทางประสาทจริง หมอก็กักตัวให้อยู่ที่โรงพยาบาลและให้ยา ห้องพักในโรงพยาบาลก็เป็นแบบห้องพักเดี่ยวแต่มีประตูและกำแพงด้านหนึ่งเป็นกระจก และมีพยาบาลนั่งเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพราะกลัวคนไข้ทำร้ายตัวเอง ไม่มีโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์ เน็ท wifi ใดๆ ทั้งสิ้น ตอนพี่ต่อเข้าไปเยี่ยม ก็เห็นนอนอยู่บนเตียง เข้าไปคุยก็เริ่มพูดคุยรู้เรื่องดีแล้ว แต่พอถามว่าจะกลับประเทศไทยไหม ก็บอกว่าไม่จะไปแคลิฟอร์เนียก่อน ถามอาการหมอก็บอกไม่เป็นอะไรมากแล้ว ไม่น่าเป็นห่วง แต่ต้องขอเอาตัวไว้ดูอาการก่อน แต่พอถามว่าสามารถเดินทางกลับไปรักษาตัวที่ประเทศไทยคนเดียวได้ไหม ตามความต้องการของคุณแม่ได้ไหม หมอก็บอกว่าไม่สามารถให้เดินทางคนเดียวได้ ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด พี่ต่อเลยแจ้งไปทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ค ว่าคุณแม่ของน้องเขา ต้องมาหรือส่งใครมารับตัวกลับไปรักษาที่เมืองไทย หลังจากนั้นไม่กี่วัน คุณแม่ของน้องคนนั้นก็มารับกลับประเทศไทยแต่โดยดี นี้ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ ทางสมาคมเคยทำไว้

สุดท้ายนี้ก็มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบว่า ปีนี้พี่ต่อก็จะกลับไทยไปพักผ่อน ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม จนถึง วันที่ 14 มกราคม ก็กลับไป 4-5 อาทิตย์ ใครจะติดต่องานต่างๆ ของสมาคมในช่วงนี้น ผมว่าก็ติดต่อนายกคนใหม่ได้เลย คุณธีรเดชหมายเลขก็ 617-595-0499 พอพี่ต่อกลับมาก็คงมีประกาศแต่งตั้งนายกสมาคมคนใหม่ พี่ต่อเองก็ไม่ได้กลับไทยมานานมากตั้งแต่ต้องเข้าฟอกไต ก็น่าจะ 3-4 ปีอยู่ แล้วญาติพี่น้อง พ่อแม่ก็อยู่ไทยหมด จริงๆ แกเองก็คิดจะกลับประเทศไทยแบบถาวรอยู่ แต่ก็ติดต้องรักษาตัว ฟอกไตอยู่ก็เลยทำไม่ได้ ก็เลยเป็นว่าต้องอยู่ที่นี่ ช่วยเหลือคนไทยที่นี่ต่อไป ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นบุญหรือเป็นกรรมของพี่ต่อกันแน่ ที่ต้องมาเจ็บป่วยไม่สบายแบบนี้ แต่ที่แน่ๆ ผมว่าน่าจะเป็นโชคดีของคนที่นี่ที่พี่ต่อแกไม่สบายกลับไทยแบบถาวรไม่ได้ เลยทำให้ต้องอยู่ช่วยคนทีนี่ต่อไป ก็อย่าไปคิดมากครับพี่ต่อ ก็ดีกว่านั่งๆ นอนๆ ไม่ทำอะไรใช่ชีวิตไปวันๆ ได้ใช้ชีวิตอยู่ช่วยคนถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยครับ แล้วเดือนหน้าเจอกันนะครับ
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2780
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to Be Talk เล่าสู่กันฟัง

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests

cron