เล่าสู่กันฟ้ง Dec 14 by มังกรขี่เกียรตื่น

เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบอสตัน และนิวอิงแลนท์
by มังกรขี้เกียรตื่น

เล่าสู่กันฟ้ง Dec 14 by มังกรขี่เกียรตื่น

Postby Tosak » Sun Nov 30, 2014 10:16 am

เล่าสู่กันฟัง โดยมังกรขี้เกียจตื่น

สำหรับงานกฐินพระราชทานของวัดนวมินทรราชูทิศที่ผ่านมา โดยมีนายประมวล-นางพิมพ์พลอย-น.ส.นภาพร ลิขิตแสน เป็นประฐานกฐิน งานนี้มีกันสองวัน คือวันเสาร์ที่ 1 เป็นงานฉลองกฐิน โดยเริ่มในช่วงเย็นตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ส่วนงานกฐินพระราชทาน ได้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน โดยงานนี้ก็ได้ ท่าน ว. วชิรเมธี และคุณเขมนิจ จามิกรณ์ หรือแพนเค้ก มาเพิ่มสีสันให้กับงาน และเนื่องจากเจ้าภาพโดยพื้นเพแล้วเคยอาศัยอยู่ที่นิวยอร์ค จึงทำให้มีผู้มาร่วมงานจาก นิวยอร์คมากมายเลยทีเดียวครับ งานนี้พื้นที่ในศาลาไม่พอ จึงต้องตั้งเต๊นท์กันที่บริเวณ court yard หน้าศาลาเพิ่มอีก โดยภายในเต๊นท์ก็มีการตั้งเวที ฉลองกฐินกันตั้งแต่เย็นวันเสาร์ มีผู้คนมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทำให้จากสถานที่ที่ดูใหญ่โต กลับดูเล็กลงไปเลยครับ และในวันอาทิตย์ที่ 2 ก็เริ่มด้วยการทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า หลังจากนั้นก็ถวายภัตตาหารเพล และร่วมรับประทานอาหาร ช่วงบ่ายก็เริ่มด้วย ท่านว. วชิรเมธี ได้ขึ้นเทศน์ และหลังจากนั้นก็เป็นพิธีทองผ้าพระกฐิน โดยขึ้นไปทำบนอุโบสถชั้น 3 และหลังจากเสร็จพิธี ก็จัดให้มีมโหรสพรื่นเริง งานนี้ทั้งได้บุญและได้ความสุขสนุกสนาน ไปตามๆกันเลยครับ

ในเดือนที่ผ่านมา ที่บอสตันก็มีโอกาสได้ตอนรับศิลปินใหญ่สองท่าน โดยท่านแรกเป็นนักกีตาร์คลาสสิค คุณเอกชัย เจียรกุล นักกีตาร์คลาสสิค ที่ได้รับเกียรติประวัติและรางวัลต่างๆมากมาย ล่าสุดกับการเดินทางมาถึงจุดสูงสุด โดยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศรายการแข่งขันที่สำคัญที่สุดในวงการกีตาร์คลาสสิค “GFA Guitar Foundation of America International Concert Artist Competition 2014” โดยเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ ตลอดระยะเวลา 33 ปี นับตั้งแต่มีการแข่งขันมา อีกทั้งยังได้รับเชิญให้จัดแสดงเดี่ยวกีตาร์ทั่วโลกกว่า 50 การแสดงตลอดปี 2015 และยังได้รับเชิญไปแสดงในคาร์เนกี้ ฮอลล์ อันทรงเกียรติอีกด้วย ปัจจุบันได้รับเลือกให้เป็นนักดนตรีในโครงการ ThaiBev ThaiTalent ของ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และเป็น Yamaha Guitar Artist ของบริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด และก็ได้มาทำการแสดงที่วัดนวมินทรราชูทิศของเรา โดยจัดเป็นฟรีคอนเสิร์ต ในวันพฤหัสที่ 20 พฤศจิกายน 2014 เวลา 7.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งก็ได้รับความสนใจไม่น้อย ใครที่พลาดงานนี้ ผมถือว่าน่าเสียดายมากครับ เพราะจริงๆแล้ว ถ้าจะฟังเขาเล่น ต้องเสียบัตรเข้าชมแพงเอาการ แต่นี่มาเล่นให้ฟังฟรีๆ ไม่ไปฟังถือว่าน่าเสียดายจริงๆครับ แต่ยังไงแล้วก็หาชมภาพได้ในเวปไซต์ เหมือนเดิมนะครับ

สำหรับศิลปินอีกคณะที่มา ก็ได้แก่คณะมรดกใหม่ โดยมาแสดงละครเวสสันดรตอน "ชูชกผู้ยิ่งใหญ่" โดยสร้างและกำกับการแสดงโดย "ครูช่าง" ชนประคัสภ์ จันทร์เรือง ละครเวสสันดรตอน " ชูชกผู้ยิ่งใหญ่ " เป็นละครเพลงร่วมสมัย ผสมผสานทั้งดนตรีไทยและดนตรีเทศเข้าด้วยกัน ประกอบกับการร่ายรำที่สวยงามแบบไทย โดยเรื่องราวของละครได้หยิบยกชาดกสุดท้ายในทศชาติคือ " เวสสันดรชาดก" มาเล่าใหม่ ประกอบด้วยทั้งกัณฑ์ชูชก กัณฑ์มัทรี กัณฑ์กุมาร ตามขนบของเทศน์มหาชาติในรูปแบบร่วมสมัย แสดงโดยกลุ่มนักแสดงเยาวชนไทย จากบ้านเรียนละครมรดกใหม่ และวิทยาลัยกุมุทาลัย จากชุมชนละครมรดกใหม่ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรภายใต้มูลนิธิกุมุท จันทร์เรือง

โดยมีนักแสดงที่มีทักษะแพรวพราวทั้งเล่นดนตรี ทั้งร่ายรำและทั้งแสดงละคร มาทำการแสดงที่วัดบอสตันพุทธวรารามในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเปิดให้ชมฟรี และคณะละครนี้ก็มาทำการ แสดงทุกปี หาชมได้ยากนะครับสำหรับการแสดงแบบนี้ ถ้าใครพลาดก็น่าเสียดายครับ
มาถึงเรื่องที่เคยบอกว่า ผมจะเล่าว่าสมาคมไทย-บอสตันทำอะไรบ้าง โดยในเดือนนี้เอาเป็นเรื่องผู้ป่วยกันบ้าง เรื่องแรก ก็มีแจ้งเข้ามาว่า มีคนไทยที่อยู่ที่นี่มานาน ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งจริงๆ แกป่วยมานานแล้ว และก็ไปหาหมอเป็นประจำ ทานยาและพยายามรักษาตัวเองอยู่ แต่แกไม่บอกใครว่าเป็นอะไร จนกระทั่งทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จำเป็นต้องเข้าไปรักษาตัวใน โรงพยาบาล โดยบุคคลท่านนี้ ได้มาอยู่ที่นี่นานมากแล้วแต่ไม่มีใบอย่างถูกต้อง แล้วก็มีลูกชายอยู่เมืองไทย ไม่ได้เห็นหน้ากันมานานเป็น 10 ปี แล้ว และตนเองก็รู้ตัวว่าป่วยหนัก อาจจะไม่ได้เห็นหน้าลูกชายอีก จึงพยายามจะให้ลูกชายมาที่นี่ แต่ก็ขอวีซ่าไม่ผ่าน เพื่อนของแกจึงแจ้งมาทางสมาคมให้หาทางช่วยเหลือ ทางสมาคมพอทราบข่าวก็ทราบว่าบุคคลท่านนี้เป็นคนดี ทำงานโดยสุจริต ช่วยเหลือสังคม ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา และช่วยเหลือสังคมไทยมาโดยตลอด ทางสมาคมจึงได้มีจดหมายไปยังสถานกงสุลให้ออกจดหมายรับรองให้ และทางสมาคมก็ออกจดหมายรับรองอีกฉบับ เพื่อให้บุตรชายได้ใช้ในการขอวีซ่าเพื่อมาดูใจบิดาเป็นครั้งสุดท้าย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า หลังจากที่สมาคมได้รับแจ้งเพียง 2 วัน ทางสมาคมและกงสุลทำจดหมายเสร็จกำลังจะส่งให้ แต่ผู้ป่วยกลับเสียชีวิตแล้ว ก็เป็นที่น่าเสียใจ ทางสมาคมก็ได้แต่ไปร่วมพิธีศพ และได้ช่วยเงินทำบุญไปตามสมควร

อีกกรณี รายนี้ก็มาอยู่นานเป็น 20 ปี อยู่แบบไม่มีเอกสารอะไร ป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่ 3-4 ปีแรกที่มาอยู่ และก็เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ต้องเข้าฟอกไตอาทิตย์ละ 3 วันเหมือนพี่ต่อเลย แต่คนนี้ใจเด็ด ถึงต้องฟอกไตแต่ ก็ยังทำงานร้านอาหารเป็นพ่อครัวฝีมือดี เพราะเคยเป็นพ่อครัวโรงแรมใหญที่เมืองไทยตั้งแต่ยังหนุ่มๆ และก็เคยทำงาน past time ให้ร้านอาหารไทยที่นี่มาหลายร้าน ก็เลี้ยงดูตัวเองไม่เดือดร้อนใคร แถมยังส่งเสียให้ลูกสาวตัวเองเรียนพยาบาลจนจบ ที่เมืองไทย แต่พักหลังๆก็มีโรคแทรกซ้อนเข้ามาเยอะ จนสุดท้ายไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะเจ็บเข่า เดินไม่สะดวก ทางโรงพยาบาลก็ให้เตียงนอนไม่ได้ เพราะไม่ใช่คนที่นี่ ต้องไล่ให้ไปนอน shelter แกเดินไม่สะดวกก็ทำงานไม่ได้ ที่ shelter ก็มีเวลาเข้าออก เข้าไปตอนเย็น ออกตอนเข้า แล้วตอนกลางวันแกจะไปไหน ก็อยู่อย่างลำบากมาก ทางสมาคมพอทราบเรื่องก็ พยายามเกลี้ยกล่อมให้แกกลับประเทศไทย เพราะไม่มีใครดูแลที่นี่ แล้วแกเองก็ไม่ได้เห็นหน้าลูกเมียมาเป็น 20ปี แล้ว ถ้าทำงานไม่ไหวแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะกลับได้แล้ว แต่แกก็กลัวว่าจะกลับไปทำให้ลูกเมียลำบาก จริงๆแล้วแกก็ใจเด็ด กัดฟันทำงานส่งเสียลูกจนจบพยาบาลได้งานได้การทำไปแล้ว เลี้ยงพ่อคนเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหา จนสุดท้ายแกก็ยอมกลับ โดยทางสมาคมก็พยายามจะหาตั๋วเครื่องบินกลับให้แก โดยออกจดหมายไปยังกงสุลเพื่อให้ช่วยเรื่องนี้ ทางกงสุลก็ขอไปยังกระทรวงการต่างประเทศ จนได้ตั๋วมา นอกจากนั้นทางสมาคมก็ได้ออกจดหมายเรียนให้ใครที่รู้จักแก หรืออยากช่วยเหลือ ได้ร่วมบริจาค เป็นเงินติดตัวกลับไทยเพื่อรักษาตัวต่อไป ซึ่งก็ได้เดินทางกลับไทยไปพบหน้าลูกเมีย ตามที่ตั้งใจไว้แล้วครับ

สำหรับผู้ป่วยอีกกรณี อาศัยอยู่นอกเมือง แต่จะเห็นที่วัดวันที่วัดจัดงานตลอด คอยช่วยเหลือ ขนข้าวขนของ ขนขยะไปทิ้ง ช่วยงานหนักงานเบาอยู่เสมอ ก็อยู่แบบผิดกฏหมายเหมือนกัน โดยมีผู้แจ้งเข้ามาว่าเขาป่วยระยะสุดท้ายแล้ว นอนรอความตายอยู่ แต่เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ไม่ถูกต้องทางโรงพยาบาล ก็พยายามจะให้ออกไปเสียชีวิตที่บ้าน คราวนี้แกไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน จะไปอยู่กับใครก็ไม่ได้ พี่ต่อก็ไปเองเลยครับที่โรงพยาบาลนอกเมือง ก็ให้คนไปส่ง นั่งรถไปเป็นชั่วโมงเห็นจะได้ ไปดูว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง พอไปถึงก็แสดงตัวและโชว์นามบัตร กับนางพยาบาลว่ามาจากสมาคมไทย-บอสตัน ก็ดูว่าพยาบาลจะเกรงใจอยู่ พอถามเรื่องว่าจะต้องให้ย้ายคนไข้หรือไม่ ก็ไม่เห็นเขาว่าอะไร เห็นบอกว่าทางโรงพยาบาลกำลังติดต่อหาที่อยู่ให้สองถึงสามแห่ง และกำลังรอผลอยู่ ผมก็งงๆแต่ พอถามพี่คนไทยที่เฝ้าอยู่ ก็บอกว่าเมื่อวานไม่ได้แจ้งอย่างนี้ บอกแต่ว่าต้องให้ออก ต้องให้ออก คงเกรงใจว่าเป็นคนของสมาคมเลยเปลี่ยนไป พี่ต่อก็พูคคุยกับผู้ช่วย ถามเรื่องมีญาติพี่น้องไหม ก็ได้คำตอบว่าไม่มี ที่เมืองไทยก็ไม่มี คุยไปคุยมาก็ทราบว่าเคยมาแล้วครั้งหนึ่งโดยใช้ passport ไทย แต่กลับไปแล้วกลับมาอีกไม่ได้ เลยไปทำ passport ลาวมา ตอนนี้เลยถือ passport ลาว แต่คราวนี้พอถือ passport ลาว เราก็เลยหาหน่วยงานที่ช่วยเหลือไม่ได้ ทางสมาคมก็ไม่มีกำลังจะทำอะไรได้ ก็ได้แต่ไปคุยกับพยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ เรื่องที่จะให้หาที่อยู่ให้ชั่วคราว โดยก็รับปากว่าจะพยายามหาให้ ส่งจดหมายไปแล้ว 2 แห่งกำลังรอคำตอบอยู่ ถ้าไม่ได้จะส่งไปอีกแห่ง แต่หลังจากนั้นอีก 2 วัน ผู้ป่วยก็เสียชีวิต นี่ก็เป็น 2-3 กรณี ในอีกหลายๆกรณีที่คนไทยมาอาศัยอยู่ที่นี่แล้วไม่มีญาติพี่น้องคอยดูแล พอเจ็บป่วยไม่สบาย ทำงานไม่ได้แล้ว ก็ไม่มีใครดูแล ผมว่ามีคนไทยที่นี่ ที่อยู่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้อง คอยทำงานส่งเงินไปให้ครอบครัวที่เมืองไทย แต่พอเราเจ็บป่วยไม่สบายแล้วใครจะดูแล ลองคิดดูกันนะครับว่าถ้าไม่มีสมาคม จะไปพึ่งใครได้ครับ ถึงจะช่วยเหลืออะไรได้ไม่มาก แต่แค่ไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจก็ยังดีครับ เขาจะได้ไม่คิดว่ามีเขาตัวคนเดียวในโลกนี้

และสำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางสมาคมไทย-บอสตัน ก็มีโครงการทำมิวสิควิดีโอเพลง "สดุดีมหาราชา" โดยทางสมาคมจะทำการเรียบเรียงดนตรีขึ้นมาใหม่ แล้วใช้นักร้องที่อยู่ในบอสตันและนิวอิงแลนด์นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นนักร้องที่ชนะการประกวด Boston Thai Karaoke ที่ผ่านมา และนักร้องรับเชิญ รวม 20 ท่าน จัดทำขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อ :
1. เพื่อรวมพลังอันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนชาวไทยในเขต Boston - New England ประเทศสหรัฐอเมริกา สดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ผ่านท่วงทำนอง ขับร้อง และเรื่องราวในมิวสิควีดีโอ
2. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 68 ปี และพระชนมายุ 87 พรรษา ประจำปี 2557
3. ผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่ในงานกิจกรรมต่างๆของประชาชนชาวไทยในเขต Boston - New England รวมทั้งทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะทางอินเตอร์เน็ต (Social network) และเว็ปไซต์ของคนไทยในต่างแดน
โดยจะเริ่มทำเพลงกันตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม อัดเสียงนักร้องวันที่ 9 พฤศจิกายน และถ่ายทำมิวสิควิดีโอของนักร้องทั้ง 20 ท่านในวันที่ 16 พฤศจิกายน และถ่ายภาพวิดีโอหมู่ ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน และวันสุดท้ายนี่แหละที่สำคัญ ที่พวกเราชาวไทยในบอสตันและนิวอิงแลนด์ จะได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยการร่วมถ่ายภาพมิวสิควิดีโอ เป็นภาพหมู่ ที่วัดนวมินทรราชูทิศ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.30 น. อยากให้ทุกท่านที่พอมีเวลาไปร่วมกันใส่ชุดไทยสวยงาม หรือชุดสุภาพ และไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับภาพมิวสิคกันครับ ผมว่าก็คงจะใช้เวลาไม่นาน โดยภาพนี้ก็จะได้มีเก็บไว้ดู ไว้ใช้ร้องกันไป จนชั่วลูกชั่วหลานกันเลยทีเดียวนะครับ สำหรับการถ่ายทำครั้งนี้ก็เป็นทีมงานของบีวาไรตี้เป็นผู้จัดทำ ตามกำหนดการก็จะจัดทำให้เสร็จและเผยแพร่ได้ในวันที่ 1 ธันวาคม และสำหรับในวันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้ ทางสมาคมก็จะจัดให้มีพิธีถวายพระพร หน้าภูมิพลสแควร์ เหมือนเช่นทุกปี แล้วเราจะได้ร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา เวอร์ชั่นของบอสตัน เป็นครั้งแรกที่นั่น ก็ขอเชิญทุกท่านที่ว่างไปร่วมงานนี้ด้วยนะครับ รายละเอียดต่างๆ คงจะมีประกาศตามมาอีกทีนะครับ

สุดท้ายนี้ก็มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบว่า ในปีนี้พี่ต่อจะกลับไทยไปพักผ่อน ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมจนถึง วันที่ 14 มกราคม ก็ 4-5 อาทิตย์โดยประมาณ ใครก็ตามที่จะติดต่องานต่างๆของสมาคมในช่วงนี้ ก็สามารถติดต่อว่าที่นายกคนใหม่ได้เลยครับ ซึ่งก็คือคุณธีรเดช ที่เบอร์โทร 617-595-0499 และพอพี่ต่อกลับมาก็คงจะมีประกาศแต่งตั้งนายกสมาคมคนใหม่ทันที พี่ต่อเองก็ไม่ได้กลับไทยมานานมากแล้ว ตั้งแต่ต้องเข้าฟอกไต ก็น่าจะประมาณ 3-4 ปีแล้ว แล้วญาติพี่น้อง พ่อแม่ก็อยู่ที่ประเทศไทยหมด จริงๆแกเองก็คิดจะกลับประเทศไทยแบบถาวรอยู่ แต่ก็ติดที่ต้องรักษาตัวและต้องฟอกไต ก็เลยทำไม่ได้ เลยต้องอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่นี่ต่อไป ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นบุญหรือเป็นกรรมของพี่ต่อกันแน่ ที่ต้องมาเจ็บป่วยไม่สบายแบบนี้ แต่ที่แน่ๆผมว่าน่าจะเป็นโชคดีของคนที่นี่ที่พี่ต่อแกไม่สบายกลับไทยแบบถาวรไม่ได้ เลยทำให้ต้องอยู่ที่นี่ต่อไป ก็อย่าไปคิดมากครับพี่ต่อ ถือเสียว่าดีกว่านั่งๆ นอนๆ ไม่ทำอะไรใช้ชีวิตไปวันๆ ได้ใช้ชีวิตอยู่ช่วยคนอื่นๆในสังคม ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยครับ แล้วเดือนหน้าเจอกันใหม่นะครับ.
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2780
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to Be Talk เล่าสู่กันฟัง

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest