เล่าสู่่กันฟัง Jan 16 by มังกรชี่เกียรตื่น

เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบอสตัน และนิวอิงแลนท์
by มังกรขี้เกียรตื่น

เล่าสู่่กันฟัง Jan 16 by มังกรชี่เกียรตื่น

Postby Tosak » Wed Jan 06, 2016 11:32 am

Image
สวัสดีครับแฟนๆทุกท่าน จากที่หายหน้าหายตาไปเมื่อเดือนที่แล้ว เพราะโดยปกติแล้วเดือนธันวาคมกับเดือนมกราคม จะเป็นช่วงเวเคชั่นของผม แต่ปีนี้ผมยังไม่ได้ไปไหน ก็เลยได้มาเจอท่านผู้อ่าน ปีใหม่ที่ผ่านมาก็อยู่บอสตัน ไม่ได้ไปไหน ช่วงปีใหม่ที่บอสตันก็เงียบเหงาซะจริง ไม่มีใครจัดงานอะไรเลย นอกจากงานเลี้ยงพนักงานกันตามร้านต่างๆ ใครทำงานหลายร้านก็อาจจะยุ่งหน่อย เพราะต้องไปหลายงาน นักเรียนนักศึกษาก็พากันกลับไทยกัน ตั้งแต่สอบเสร็จกลางเดือนธันวาคม จะกลับมาอีกทีก็สิ้นเดือนมกราคมเลย ทีนี้ก็จะกลับมาคึกคักกันอีกที ก็ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในวันวาเลนไทน์ครับ

มาพูดถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่หายไปกันดีกว่าครับ เอางานแรกซึ่งเป็นงานใหญ่ก่อนเลย ก็คืองาน Thai Night 2015 โดยสมาคมไทย-บอสตัน ซึ่งหยุดจัดมาแล้วสองปี และกลับมาจัดใหม่อีกครั้ง โดยในปีนี้มีวง ณ บอสตัน พร้อมนักร้องรับเชิญกิติมศักดิ์มากมาย รวมถึงน้อง Bank นักร้องชนะการประกวด Boston Thai Karaoke Contest ปี 2012 การเดินแฟชั่นโชว์จากร้าน Bonnie’ Boutique ซึ่งเป็นคนไทยที่ได้รับรางวัล Best of Boston จาก Boston Magazine และคุณชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2541 ซึ่งงานนี้ วง ณ บอสตัน พร้อมนักร้องรับเชิญ แดนเซอร์ ร้องเล่นเต้นรำกันได้สนุกสนานจนต้องขอชมเลยครับ น้องBank ก็เต็มที่ครับ ตลอดเวลาการแสดง 45 นาที บนเวทีนี่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมเป็นอย่างมาก การเดินแฟชั่นโชว์ ก็เรียกได้ว่าน่าดูน่าติดตามมากๆเลยทีเดียว ผมต้องขอชื่นชมผู้ดูแลการเดินแบบครั้งนี้นะครับ ที่ทำให้การเดินแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ออกมาดี พร้อมด้วยชุดสวยๆจากร้าน Bonnie’ Boutique ด้วย ส่วนคุณชรินทร์ ก็สมกับเป็นศิลปินแห่งชาติครับ ร้องได้ประทับใจผู้ที่มาเฝ้าดู เป็นอย่างมาก ผมให้คะแนนเต็ม กับการแสดงบนเวทีของงานไทยไนท์ใน ปีนี้เลยนะครับ ส่วนแสง สี เสียงและการตกแต่งสถานที่ ก็สวยงามเป็นที่น่าพอใจ ก็ให้คะแนนเต็มไปเหมือนกัน จะเสียใจก็เรื่องเดียว คือเรื่องแขกผู้มาร่วมงานครับ

เรื่องแขกผู้มาร่วมในงาน ซื่งน้อยมาก น้อยกว่าทุกๆปี เหตุผลที่พี่ต่อ นายกสมาคมคนเก่าหยุดจัดไปเมื่อสองปีที่ผ่านมา ก็เพราะเหตุที่ไม่รู้ว่าจะมีคนอยากจะมาร่วมงานหรือเปล่า แต่พอลองออกไปถามๆดู ว่าทำไมไม่มากัน ก็อ้างกันว่าบัตรแพงบ้าง ศิลปินเก่าเหลือเกินบ้าง บ้างก็บอกไม่เห็นมีอะไรเลย ไม่สนุก ไม่อยากมา บางคนก็ว่าวัตถุประสงค์ของสมาคมคือต้องการจัดงานให้คนมาพบปะสังสรรค์กันไม่ใช่หรือ แล้วทำไมขายบัตรแพง และถ้าจะขายบัตรก็น่าจะมีอาหารให้กินฟรี หรือไม่ก็ให้เข้างานฟรี ไม่ต้องเก็บค่าบัตร แล้วก็ขายอาหารแทน ไม่ใช่ขายทั้งบัตร ขายทั้งอาหาร .... !! ทำให้ผมต้องย้อนกลับมาคิดว่า อ้าว.. แล้วคุณมางานของสมาคมนี่เพื่อสมาคมและสนุกสนานกัน หรือคุณมาเพื่อต้องการอะไร จากสมาคมกันแน่ครับ ศิลปินก็จะเอาดีๆ บัตรก็ให้ขายไม่แพง แล้วให้แถมอาหารด้วย หรือไม่ก็ให้เข้าฟรีๆไปเลย แล้วสมาคมจะไปเอาเงินที่ไหนมาทำ มาจัดให้กันหล่ะครับ ค่าสถานที่ก็ขึ้นราคา ค่าแสงสีเสียงก็ขึ้นราคา ขึ้นราคาทุกอย่างจากเมื่อสองปีที่แล้ว จึงทำให้สมาคมต้องกำหนดราคาบัตร ตามที่ท่านเห็นอย่างนั้น ซึ่งผมว่ามันก็ไม่ได้มากมายอะไรเลย สำหรับการที่จะช่วยเหลือสมาคมเพียงแค่ปีละครั้ง สมาคมจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าทุกคนไม่ช่วยกัน ท่านที่เคยช่วยอยู่หลายๆท่าน ในตอนนี้ก็ค่อยๆถอยร่นกันคนละก้าวสองก้าว ท่านที่เคยช่วยเหลือเรื่องทุนทรัพย์ ก็หยุดช่วย คนที่เคยช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินก็หยุดช่วย คนที่เคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำงานก็หยุดช่วย ทุกคนที่เคยช่วยเคยทำ ก็หยุดช่วยหยุดทำกันหมด ด้วยเหตุผลที่ว่า ช่วยมาเยอะแล้วให้คนอื่นเขาช่วยบ้าง แล้วคนอื่นที่ว่านี้ พวกเค้าอยู่ที่ไหนกัน ไม่เคยมีเลยครับ บางคนก็ได้แต่พูด แต่ช่วยน้อยมาก หรือบ้างก็ไม่ช่วยเลย สมาคมไทย-บอสตันเป็นของคนไทยในที่อาศัยอยู่ใน New England นี้ทุกคน ทุกคนต้องช่วยกันจึงจะอยู่ได้ ถ้าทุกคนคิดแต่จะเอาจากสมาคมโดยที่ไม่ให้อะไรเลย สมาคมคงอยู่ต่อไปไม่ได้ แล้วก็คงต้องล้มเลิกกันไป มันต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือนะครับ หากเราพอว่าง พอมีความสามารถก็เข้ามาบริหารสมาคม สมัครเป็นนายกสมาคม คณะกรรมการ หรือตำแหน่งอื่นๆ เข้ามาบริหารสมาคม หรือถ้าเราไม่ว่าง อย่างน้อยๆก็สละกำลังทรัพย์ซักเล็กน้อยตามฐานะ หรือเท่าที่เราทำได้ แค่นี้ก็เพียงพอครับ คนละนิดคนละหน่อย แต่ขอให้ช่วยกันทุกคน มันไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรหรอกครับ สมาคมจัดกิจกรรมอะไร ถ้าเราว่างเราสะดวกก็ไปเข้าร่วมทำกิจกรรมนั้นๆ ไปพบปะคนไทยด้วยกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความช่วยเหลือซื่งกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน หลายๆท่านก็ยังคงคิดแต่ว่า สมาคมไม่เห็นทำอะไรเลย ซึ่งจริงๆแล้วสมาคมทำไปเยอะครับ เพียงแต่ท่านไม่ทราบ เพราะท่านไม่สนใจที่จะรับทราบมัน บางทีบางครั้งสมาคมทำได้ไม่ใหญ่โตเป็นเรื่องเป็นราว หรือช่วยคนหมู่มาก เพราะสมาคมไม่มีกำลังพอ ทั้งกำลังคนและกำลังทรัพย์ น่าจะเรียกได้ว่าสมาคมยังโตไม่พอ เพราะในแต่ละปีนั้น เราโตช้าเหลือเกิน หรือแถบจะไม่ได้เจริญเติบโตจากปีแรกที่เปิดเลย เหมือนได้แต่ประคองไว้ ไม่ให้มันตายจากไปซะมากกว่า ผมมีตัวอย่างสมาคมไทยลื้อ จะเล่าให้ฟัง

งานปีใหม่ของสมาคมไทยลื้อ จัดที่ Hall ในเมือง Waltham เมื่อหลายปีก่อน ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงาน เป็นHall เล็กๆ สามารถจุได้ซักประมาณ 200 คน เมื่อเข้าไปถึง ป้ายงานก็ไม่มี ผ้าปูโต้ะก็ไม่มี เวทีก็ไม่มี มีเครื่องดนตรีคือ คีย์บอร์ดตัวเดียว ลำโพงสองตัว ไฟสีๆสองข้างเพียง 4 ดวง บริเวณหน้างานก็มีคนขายบัตร โดยที่บัตรไม่ต้องขายล่วงหน้าก่อน ไม่ต้องมีคนตรวจว่าใครจะเดินเข้างานโดยไม่ซื้อบัตร หรือแอบเข้างานฟรี ทุกคนเดินมาที่โต๊ะ จ่ายเงิน แล้วก็เข้างาน ไม่มีการติดสายรัดข้อมือ ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูว่าซื้อบัตรหรือยัง ทุกคนมาเพื่อช่วยสมาคมด้วยความเต็มใจ มีแขกหลายท่านเขียนเช็คบริจาคเงินเพิ่มเติมให้กับสมาคมอีกด้วย การแสดงก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย ศิลปินนักร้องนักแสดงก็ไม่มี ก็มีแค่คีย์บอร์ดตัวเดียวอย่างที่ว่า นักร้องสองคน หญิงหนึ่งชายหนึ่ง สลับกันร้อง พอเพลงขึ้น หนุ่มๆก็ไปโค้งเอาสาวๆออกมาเต้นรำ รำวงกัน สนุกสนานเหลือเกิน ทุกคนมาเพื่อให้ ทุกคนมาเพื่อที่จะสนุก ไม่มีใครคิดอะไร ผมอยากเห็นงานไทยไนท์ของไทยเป็นแบบนี้บ้าง ของเรานี่ทั้งการแสดง แสง สี เสียง การตกแต่งสวยงามอลังการซะขนาดนี้ ยังไม่ชอบกัน หรือจะให้จัดงานในแบบที่ ป้ายงานไม่มี ผ้าปูโต๊ะไม่มี แบบนั้นบ้าง ถึงจะสนุกกัน ผมฝากไว้ให้คิดนะครับ สมาคมไทยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2001 ถึงปัจุบันก็สิบห้าปีแล้ว แต่เรายังไม่ไปไหนเลย ไม่ต้องไปโทษใครนะครับ ไม่ต้องไปถามใคร ถามตัวท่านเอง ว่าท่านช่วยสมาคมพอหรือยัง หรือได้ช่วยอะไรบ้างไหม ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไป เหมือนผู้ป่วยนอนรอความตายอยู่แบบนี้ ก็มีโอกาสที่จะต้องปิดสมาคมในไม่ช้านี้ ผมรับรองได้ คิดกันดูนะครับ ว่าท่านจะปล่อยให้สมาคมจากไป หรือท่านจะช่วยกันให้สมาคมฟื้นตัวต่อไป ก็ฝากไว้ให้ได้คิดกันนะครับ
มาเรื่องงานวัดกันบ้าง เมื่อเดือนพฤศจิกายนก็มีงานกฐินกันทุกวัด ไม่อยากเล่าแล้วว่าที่ไหนวันไหน ใครเป็นประธานบ้าง อยากทราบก็ไปหาอ่านของฉบับที่แล้วเอานะครับ หรือไปหาชมภาพกันได้ที่เวปไซต์ของ bevariety.com หรือใน Facebook ของ be variety แต่เอาเป็นว่า งานกฐินนี้คนเยอะทุกงาน คนไทยครับทำบุญแล้วขึ้นสวรรค์ เรื่องบุญนี่ คนเยอะทุกงานบริจาคเท่าไรเท่ากันครับ

มีอีกเรื่องที่ฝากกันเข้ามา ก็เรื่องพนักงานทำงานกับเจ้าของร้านครับ เราเป็นพนักงานไปทำงานในร้านเขา เขารับเราเข้าทำงาน ก็ถือว่าเขามีบุญคุณต่อเรา ถึงแม้ว่า เราจะใช้แรงงานแลกเงินมา หรือเราจ่ายเงินเพื่อได้แรงงานมา ผมไม่ได้หมายความว่า ท่านจะต้องอยู่ทำงานกับเขาตลอดไป หรือต้องจ้างงานเขาตลอดไป ถ้ามีเรื่องไม่พอใจอะไรกัน เราไม่สบายใจเราก็ลาออกได้ หรือให้พนักงานออกก็ได้ แต่ควรจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อน โดยปกติก็ต้องอย่างน้อยสองอาทิตย์ เพื่อให้เขาหาคนมาทำงานใหม่ทัน หรือให้เขาหางานใหม่ได้ก่อน นึกถึงใจเขาใจเราเถอะครับ นึกถึงเราตอนไม่มีงานแล้วไปของานเขาทำ หรือตอนที่เราไม่มีคนงานแล้วเขามาทำงานให้ ไม่ใช่ว่าพอเราไม่พอใจอะไรเราก็เดินออกจากร้าน หรือไล่เขาออกจากร้านไปเลย แบบนี้มันไม่ได้นะครับ แล้วผลมันจะเป็นยังไงนะเหรอครับ พอคุณwalk out จะร้านหนึ่งโดยไม่แจ้งให้เข้าทราบล่วงหน้า หรืออยู่ๆ ก็ไล่พนักงานออกจากร้านโดยที่ไม่มีสาเหตุ เรื่องก็จะเป็นข่าวให้ได้พูดกัน แล้วพอคุณไปสมัครงานที่ไหนเจ้าของร้านท่านอื่นๆ ก็จะคิดว่า ถ้าเกิดคุณไม่พอใจอะไร คุณก็จะwalk out ออกไปเลย ถ้าคุณทำกับร้านนั้นได้ เดี๋ยวก็จะมาทำกับร้านอื่นได้อีก อย่าไปเสี่ยงรับเลยดีกว่า เจ้าของร้านก็เหมือนกัน อีกหน่อยก็จะไม่มีใครกล้ามาสมัครงาน เพราะไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกเมื่อไหร่ คุณก็จะหางานดีๆ หรือพนักงานดีๆ ได้ยาก ผมว่า ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ถ้าเราทำงานหรือทนอะไรไม่ได้ เราก็ควรจะแจ้งให้เขาทราบดีๆว่าเราจะออก เจ้าของร้านก็เหมือนกัน ถ้าลูกน้องหรือลูกจ้างที่ทำงานไม่ดี เราก็สามารถให้ออกได้ ก็แจ้งให้เขาทราบล่วงหน้าอย่างน้อยๆ 2 อาทิตย์ เพื่อให้เขาไปหางานที่อื่นทำ จบกัน ลากันด้วยดี ทุกฝ่ายก็สบายใจ เพราะอนาคตมันไม่แน่นอนครับ ไม่แน่ ต่อไปในอนาคตเราอาจจะได้มาทำงานร่วมกันอีกก็ได้ อย่าเอาแบบจากกัน แล้วไม่มองหน้ากันอีกเลย ไม่มีใครทำงานกับบริษัท ห้างร้านไปตลอดชีวิตหรอกครับ พอมีอะไรที่ดีกว่าเข้ามาก็ต้องไป ท่านเจ้าของร้านก็ต้องเข้าใจด้วยนะครับ ก็ขอให้แยก และจบกันไปด้วยดีนะครับ บอสตันเป็นเมืองเล็ก ถ้ามีอะไรจะรู้ถึงกันเร็วมากครับ หรือคุณว่าไม่จริง ??
ปีใหม่ที่ผ่านมาก็มีสวดมนต์ข้ามปีกันทั้ง 3 วัด ก็มีไปกันบ้างไม่หนาตามากนัก แต่ก็มีทุกวัด หลายคนก็ไปสวดมนต์เอาสิริมงคลกัน ดีกว่าไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์กัน ก็แล้วแต่ถนัดกันครับเราไม่ว่ากัน นี่ก็ก้าวเข้าปีใหม่อีกปีแล้ว ผมก็ต้องขออวยพรให้แฟนๆผู้อ่านทุกๆท่าน โดยเฉพาะผู้อ่านที่ติดตามผมมาตลอด ขอให้มีความสุขสมหวังทุกประการ และมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ทั้งตัวท่านเองและครอบครัวนะครับ.
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2780
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to Be Talk เล่าสู่กันฟัง

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests

cron