เล่าสูู่กันฟัง Feb 16 by มังกรขี่เกียรตื่น

เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบอสตัน และนิวอิงแลนท์
by มังกรขี้เกียรตื่น

เล่าสูู่กันฟัง Feb 16 by มังกรขี่เกียรตื่น

Postby Tosak » Fri Feb 05, 2016 10:43 am

Image

พักหลังมานี้ ผมรู้สึกท้อแท้ยังไงบอกไม่ถูก คงจะอาการเหมือนพี่ต่อ boss ใหญ่ของผม ที่ไม่เห็นแกทำอะไรเลย มาหลายเดือนแล้ว ตั้งแต่ยกเลิกการถ่ายภาพนางแบบประจำเดือนไป ก็ไม่ค่อยทำกิจกรรมอะไรอีกเลย ได้แต่คิดว่า “ทำไมมีแต่เราที่ทำอยู่คนเดียว แล้วคนอื่นๆล่ะ ไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยเหรอ” นี่เป็นความคิดของหลายๆคนที่ทำงานให้กับส่วนรวม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของสมาคม และผู้ที่เคยให้ ความช่วยเหลือสมาคม ซึ่งพักหลังๆนี้หาผู้ที่จะช่วยทำงานหรือช่วยเหลือเรื่องต่างๆไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเป็นยังไงเหมือนกัน

พอทำอะไรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้เงินได้ทองอะไร ยิ่งถ้าไม่ได้รับการตอบรับให้เป็นกำลังใจอะไรด้วยแล้ว ยิ่งทำก็ยิ่งท้อนะครับ ผมนี่ที่ยังทำอยู่ก็เพราะยังมีแฟนๆ ติดตามอยู่ ซึ่งดูได้จากยอดผู้อ่าน ที่มีอยู่หลายร้อยคนเหมือนกัน ก็เลยพอจะมีกำลังใจทำอยู่บ้าง แต่ boss และ กรรมการท่านอื่นๆนี่สิ ไปๆมาๆ คนก็น้อยลง ผู้สนับสนุนก็น้อยลง พอจะขออะไรใคร ก็ได้แต่คำถามที่ว่า “แล้วคนอื่นๆ เขาไม่ช่วยบ้างหรือ ให้ผมช่วยอยู่คนเดียว” เจอแบบนี้เข้าไปก็ทำอะไรไม่ได้ พูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน คนที่เคยช่วยก็ไม่ช่วยแล้ว คนใหม่ๆที่จะช่วยก็ไม่มี ก็เลยไม่รู้จะอยู่ได้ยังไงเหมือนกันครับ ผมว่าพอสิ้นปีนี้หมดสมัยคุณธีรเดชเป็นนายกสมาคม ก็คงหานายกคนใหม่ไม่ได้อีก ผมว่าคราวนี้อาจจะต้องปิดสมาคมกันจริงๆแล้วล่ะครับ หลังจากเปิดมาแล้ว 15-16 ปี คิดไปคิดมาก็ดีเหมือนกันครับไม่เหนื่อยดี ต่างคนต่างอยู่ ก็ได้แต่หวังว่าคงไม่ต้องมาตอบคำถามอีกว่า ทำไมสมาคมถึงปิดไป แล้วมีใครจะช่วยอะไรผมได้ไหม หรือผมจะติดต่อใครดี แต่ทำอย่างไรได้ล่ะครับ มีแต่ผู้รับไม่มีผู้ให้ ผลมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ ผมบอกแล้วว่า คนละเล็กคนละน้อยไม่ได้เดือนร้อนอะไร ทุกฝ่ายก็สบายใจอยู่ได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ก็คงต้องจบกันครับ ซึ่งนั่นก็รวมถึง บีวาไรตี้ด้วยนะครับ

เมื่อเดือนที่แล้ว แอพพลิเคชั่นของ บีวาไรตี้ ใช้งานไม่ได้ไปหลายวัน ก็มีคนโทรเข้ามาแจ้ง พี่ต่อแกก็รีบโทรไปให้ทางเมืองไทย ที่เป็นผู้จัดทำ ให้จัดการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ใช้งานได้เหมือนเดิมแล้วนะครับ สำหรับใครที่ยังไมทราบว่า บีวาไรตี้มีแอพพลิเคชั่น ก็ให้รีบดาวน์โหลดซะนะครับ เพราะมีประโยชน์มาก เมื่อก่อนก็เสียเงินครับ $1.99 แต่เสียเงินไม่มีใครยอมโหลดเลย จะเอาแต่ได้กันทั้งนั้น เสียเงินทำไปเป็นแสนบาทนะครับ ขอให้ช่วยกันคนละ $1.99 ก็ไม่มีใครช่วย พี่ต่อแกก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็ทำมาให้คนไทยที่นี่ใช้แล้ว ก็เลยปล่อยให้ใช้ฟรีกันไปเลย พอให้ใช้ฟรี ก็โหลดกันใหญ่เลย พอแอพลิเคชั่นล่ม ก็เลยโทรเข้ามาแจ้ง และต่อว่ากันเต็มไปหมด ใครไม่มี ก็ดาวน์โหลดเลยนะครับ ฟรี..!! ดาวน์โหลดได้ทั้งใน IPhone และ Android สมาร์ทโฟน ทุกชนิดครับ มีอะไรบ้างนะหรือครับ ในแอพพลิเคชั่นของ be variety อย่างแรก ก็มี Model Gallery ก็มีรูปของ นางแบบประจำเดือน ที่สามารถชมย้อนหลังไปเป็นปีเหมือนกัน แต่ถ้าใครต้องการดูมากกว่านั้น ก็ต้องไปหาดูในเวฟไซต์นะครับ ต่อมาก็มี Event Gallery เป็นรูปภาพกิจกรรมต่างๆที่ผ่านมา ภาพต่างๆ ในแอพนี้ยังสามารถ ส่งภาพต่อไปยัง Facebook และ twitter ได้ด้วยนะครับ ภาพในแอพพวกนี้จะสะดวกดูได้ง่ายกว่าและสวยงามกว่าใน Facebook และ ในเวฟ บีวาไรตี้ ถ้าเราใช้มือถือดูนะครับ อีกอย่างที่หลายคนชอบใช้ก็คือ Web board ซึ่งในเวฟบอร์ด พอกดเข้าไปหน้าแรกจะเป็น ประกาศหางานต่างๆ ซึ่งถ้าใครต้องการหางานใน New England นี้ ต้องมีเลยครับ แล้วถ้าท่านกดที่มุมขวาบน ก็จะมีหมวดหมู่ให้ท่านเลือกได้อีก ไม่ว่าจะเป็น ห้องว่างให้เช่า ขายร้านค้าและกิจการต่างๆ จำหน่ายสินค้าและบริการ ดูข่าวสังคมบอสตัน โดยวัดนวมินฯ ข่าวจากกงสุลใหญ่ นิวยอร์ค หรือข่าวจาก City of Boston หรืออ่านคอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง ประกาศต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นอย่างมากเลยนะครับ และผมเชื่อว่ายังไม่มีรัฐไหน ในอเมริกาหรือทั่วโลกนี้ มีแอพพลิเคชั่นใช้กันเลยนะครับ ที่หางานหรือห้องว่างได้ในมือถือ แบบนี้นะครับ แล้วยังมีระบบ Notification ที่จะคอยเตือนเมื่อเกิดเหตุ หรือมีอะไร update ที่ท่านควรทราบอีกด้วย เมื่อมีให้ท่านใช้กันฟรีๆขนาดนี้แล้ว ก็ดาวน์โหลดใช้กันนะครับ มีประโยชน์กับท่านแน่นอน ถึงจะไม่ใช่ตอนนี้ ก็อาจจะได้ใช้ในเวลาอันใกล้นี้นะครับ

ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางสมาคมได้มีข่าวประชาสัมพันธ์สำหรับธุรกิจสปาไทยในต่างประเทศ โดยสมาคมผู้ประกอบการสปาไทยในต่างประเทศ มีความประสงค์ที่จะรวบรวมรายชื่อผู้ที่สนใจในการเรียน การประกอบธุรกิจสปา และนวดแผนไทย ในเขตบอสตันและใกล้เคียง เพื่อที่จะจัดส่งอาจารย์ มาเพื่อทำการสอนและสอบใบรับรองให้ โดยกระทรวงสาธารณะสุข โดยตอนนี้เป็นช่วงของ การรวบรวมรายชื่ออยู่ ใครสนใจก็ติดต่อลงชื่อได้ที่สมาคมไทยนะครับ ที่เบอร์ 617-314-0987 ส่วนเรื่องรายละเอียดอื่นๆนั้น ให้ติดต่อเบอร์ 978-798-4129 โครงการนี้เป็นของกระทรวงสาธารณะสุข เพื่อส่งเสริมการเปิดสปาไทยในต่างประเทศ รับเฉพาะคนไทยเท่านั้น มีค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง แต่น้อยมาก ใครสนใจก็อย่าลืมนะครับ

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2016 เว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รายงานข่าวว่า คณะลูกขุนใหญ่ของศาลรัฐบาลกลาง ในเมืองโพรวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ อนุญาตให้ฟ้อง (indictment) นายนิมนต์ นาแพง ด้วยข้อหาอาญาว่าด้วยการฉ้อโกงเรื่องอิมมิเกรชั่น จำนวน 26 กระทง ได้ยินชื่อ นายนิมนต์ นี้แล้วหลายๆคนอาจจะจำได้ ถ้าจะพูดถึงเรื่องนี้ ก็ต้องย้อนไปตั้งแต่ต้นปี 2014 ที่ทางสมาคมไทย-บอสตันได้รับโทรศัพท์จาก ท่านเจ้าของร้านอาหารไทยหลายแห่งว่า นายนิมนต์ หรือ คุณนิ ได้มีจดหมายออกไปทั่วร้านอาหารไทย และกิจการของคนไทยทั่วนิวอิงแลนด์ ว่าสามารถช่วยเหลือคนไทย ให้ได้รับใบอนุญาตทำงาน และจะได้รับสวัสดิการอื่นๆของรัฐบาล เช่นหมายเลขบัตรประกันสังคม (social security number) ใบขับขี่ และจะทำกรีนการ์ดต่อไป ผมไม่แน่ใจว่า เขาระบุไว้หรือเปล่าว่ามีค่าใช้จ่ายคนละ $2,500 ในจดหมายที่ออกมาด้วยหรือเปล่า หรือว่ามาแจ้งให้ผู้ที่สนใจทราบทีหลัง พอทางสมาคมไทยทราบเรื่อง โดยในขณะนั้นพี่ต่อ คุณต่อศักดิ์ ฮุ่นตระกูล boss ใหญ่ของผม ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมอยู่ เห็นถ้าไม่ดีก็เลยออกประกาศเตือนคนไทย ที่อาศัยอยู่ที่นี่ว่าให้ ระวัง และให้พิจารณาเรื่องต่างๆเหล่านี้โดยละเอียด ว่ามีความเป็นไปได้มากแค่ไหน โดยถ้าไม่แน่ใจ ก็ให้สอบถามผู้รู้หรือติดต่อทนายอิมเมเกรชั่นโดยตรง เพราะจริงๆแล้วในขณะนั้น พี่ต่อเองก็ไม่ทราบว่าคุณนิมนต์ ใช้วิธีใดในการขอใบทำงานและอื่นๆตามที่จดหมายระบุมา และพอประกาศนี้ออกไปได้ 1 วัน วันรุ่งขึ้น นายนิมนต์ ก็โทรเข้ามาที่สมาคม โดยพี่ต่อเป็นคนรับสายเองจึงได้พูดคุยกัน โดยนายนิมนต์อ้างว่าเขาสามารถทำได้จริง มีผู้ที่ได้รับ social security number และไปขอใบทำงานเรียบร้อยแล้วจริง โดยถ้าไม่เชื่อที่เขาพูด เขาจะบอกชื่อคนที่ทำไปแล้วได้จริง ให้สามารถคุยกับเขาได้เลยว่าได้จริงๆหรือเปล่า และถ้าคิดว่าเขาทำไม่ได้ ก็ยังไม่ต้องจ่ายเงิน จนกว่าจะได้เรียกพิมพ์ลายนิ้วมือ แต่พอถามกลับไปว่า เป็นการขอแบบไหน แอพพลายแบบไหน เขาก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่บอกความจริง แต่พอซักไซ้ไล่เรียงไปมา ก็พอจับความได้ว่า เป็นการขอแบบผู้ลี้ภัย แล้วขั้นตอนเป็นยังไงน่ะเหรอครับ ....

พอคุณตกลงที่จะทำ คุณนิมนต์เขาก็จะให้คุณนำเอกสาร หรือถ่ายเอกสารที่ต้องใช้เอามาให้ แล้วเขาจะเป็นผู้กรอกคำร้องต่างๆ ให้ แต่เขาจะไม่ลงชื่อว่า เขาเป็นคนกรอกคำร้อง เขาจะลงชื่อว่าคุณเป็นคนกรอกคำร้องเอง โดยให้คุณเซ็นชื่อ หรือเขาเซ็นปลอมไปให้ แล้วส่งเอกสารต่างๆ ไปยัง USCIS และเมื่อทาง USCIS ได้รับเรื่องแล้ว ก็น่าจะซัก 2 อาทิตย์ ก็จะมีจดหมายตอบกลับมาว่าได้รับเรื่องแล้ว มี case number ให้พร้อม และนัดให้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ พอถึงขั้นตอนนี้ หลายๆท่านที่ทำ ก็นึกว่าได้แล้ว แต่จริงๆแล้ว การเรียกไปพิมพ์ลายนิ้วมือ คือการนำลายนิ้วมือท่านไปตรวจสอบกับ แฟ้มประวัติ FBI ว่าท่านมีคดีความอะไรติดตัวอยู่หรือเปล่า หรือว่าเป็นบุคคลที่หน่วยงานราชการของสหรัฐอเมริกา หน่วยใดหน่วยหนึ่งต้องการตัวหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น คำร้องต่างๆก็จะตกไป คราวนี้ตอนกรอกคำร้อง จะมีให้กรอกว่าต้องการใบทำงานด้วยหรือไม่ ในช่วงที่ต้องรอการพิจารณาใบคำร้อง คุณนิมนต์ก็กรอกไปตรงนั้นว่าต้องการ พอพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จอีกซัก สอง-สามอาทิตย์ท่านก็จะได้รับ ใบอนุญาตทำงาน หรือ Employment Authorization Document (EAD) ซึ่งเมื่อท่านได้แล้วก็สามารถนำใบอนุญาตทำงาน หรือ Employment Authorization Document (EAD) นี้ไปขอ Social security number ได้ แล้วหลังจากนั้นจะเป็นยังไงนะหรือครับ ก็รอเรียกสัมภาษณ์ แต่คุณเชื่อไหมครับ คำร้องกรณีผู้ลี้ภัยนี้ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาถึง 3 ปีในการเรียกสัมภาษณ์ ซึ่งเรื่องนี้มาทราบภายหลัง เพราะทนายจากศูนย์กฎหมาย เอเชี่ยน-อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติก โทรเข้ามาหาสมาคม เพื่อสอบถามเรื่องของนายนิมนต์ เมื่อกลางปี 2015 จึงได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม แต่เพราะเหตุนี้ จึงทำให้คุณนิมนต์นี้ มีเวลาต่อไปอีก เพราะคนแรกที่ทำคือเมื่อต้นปี 2014 จะถูกเรียกสัมภาษณ์ ก็ต้นปี 2017 นี้เพิ่งต้นปี 2016 เอง นายนิมนต์ก็ถูกจับแล้ว แล้วพี่ต่อก็ถามนายนิมนต์ต่อไปว่า พอได้สัมภาษณ์แล้วจะให้บอกเจ้าหน้าที่เขาว่ายังไง มีเหตุผลอะไรที่เราจะกลับประเทศเราไม่ได้ เขาก็ให้คำตอบไม่ได้ ตอบแต่ว่า ผมมีหน้าที่กรอกเอกสารต่างๆให้ ให้คุณได้รับใบทำงาน และโซเชี่ยลแล้ว หมดหน้าที่ผมแล้ว โดยเรื่องสัมภาษณ์เป็นเรื่องของคุณเอง คุณต้องแก้ปัญหาเอาเอง

โดยตอบแบบนี้ ก็เหมือนจะไม่รับผิดชอบอะไรเลย คือประมาณว่าผมทำให้คุณถึงขนาดนี้แล้ว ที่เหลือคุณก็ไปหาทางเอาเองซิ แถมยังตอบอีกว่า ขนาดคุณจ้างแต่งงาน คุณยังต้องนัดแนะเข้าไปโกหกถึงสองคน แต่นี่คุณเข้าไปแค่คนเดียวคุณก็น่าจะโกหกได้.. แต่ปัญหามันคืออยู่ที่ว่า จะให้โกหกว่ายังไง หาเหตุผลอะไร ทำไมถึงอยู่ประเทศไทยไม่ได้ โดยจริงๆแล้วผู้มีสิทธิ์ขอลี้ภัยในสหรัฐอเมริกานั้น จะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัวหลายอย่าง เช่นต้องพิสูจน์ได้ว่า ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศของตัวเองได้ เพราะจะเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือเกรงกลัวว่าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต เพราะความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ การเป็นสมาชิกของกลุ่มสังคม หรือความคิดเห็นที่แตกแยกทางการเมือง

คราวนี้ถ้าเขาถูกเรียกตัวแล้ว แต่ไม่ไปแสดงตัว เรื่องก็จะถูกส่งไปยังศาลอิมมิเกชั่น ซึ่งศาลก็จะสั่งให้เราออกนอกประเทศ ถ้าเราไม่ออกก็จะถือว่าเราผิดคำสั่งศาล เป็นคดีอาญา คราวนี้ถ้าเราโดยจับไม่ว่าจะกรณีใดๆ แม้กระทั่งแค่ขับรถเร็วหรืออื่นๆ ก็จะถูกรวบตัวใส่กุญแจมือ ติดคุกกันแหละทีนี้... อ้าว!! แล้วถ้าไปสัมภาษณ์ล่ะ คราวนี้ถ้าไปสัมภาษณ์แล้วไม่ผ่าน หรือมีเหตุผลไม่เพียงพอ หรือแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นไม่ได้ว่า เพราะอะไร เรื่องก็จะถูกส่งไปยัง ศาลอิมมิเกชั่น ซึ่งศาลก็จะสั่งให้เราออกนอกประเทศ ก็เหมือนกับที่เราไม่ไปสัมภาษณ์นั่นแหละครับ
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2014 โดยทางสมาคมออกจดหมายเตือนออกไป และเมื่อได้พูดคุยกับนายนิมนต์ ทางสมาคมก็ได้โทรไปสอบถามทนายผู้รู้เรื่องนี้ว่า กรณีแบบนี้เป็นไปได้ไหม และจะแก้ไขได้ยังไง หลังจากนั้น ก็มีคนไทยโทรเข้ามาสอบถามทางสมาคมถึงเรื่องราวต่างๆ จนรับโทรศัพท์กันไม่ไหว อธิบายกันทีเป็นครึ่งชั่วโมง ทุกท่านก็รับทราบรายละเอียดข้อมูลเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีคนไทยบางท่าน ที่ยังไปทำกับนายนิมนต์นี้อีก เฉพาะในเขตนิวอิงแลนด์นี้ก็มีมากว่า 60 ราย คราวนี้พอสิ้นปี 2014 ก็มีคนจากรัฐ วอชิงตันดีซี โทรเข้ามา ถามเรื่องนายนิมนต์นี้เหมือนกัน ทางสมาคมก็อธิบาย และให้ข้อมูลไป แต่ก็ยังมีอีกหลายสิบรายที่ วอชิงตันดีซี ที่ทำกับนายนิมนต์ และพอกลางปี 2015 ก็มีทนายจาก ศูนย์กฎหมาย เอเชี่ยน อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติก จาก LA โทรเข้ามาสอบถามเรื่องนี้เหมือนกัน เนื่องจากมีคนโทรเข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์เป็นจำนวนมาก และให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้านกฏหมายกับสมาคม และขอความร่วมมือจากสมาคม เรื่องการดำเนินคดีกับนายนิมนต์ เนื่องจากไม่มีเจ้าทุกข์ จึงดำเนินคดีกับนายนิมนต์ไม่ได้ โดยให้ทางสมาคมไทย ช่วยหาเจ้าทุกข์ในการดำเนินคดีกับนายนิมนต์ด้วย ทางสมาคมก็รับปากจะช่วยเหลือ แต่จนแล้วจนรอด เราก็หาคนไปเป็นเจ้าทุกข์ไม่ได้ เพราะคนที่ทำกับคุณนิมนต์ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ถูกกฏหมาย จึงไม่กล้าแสดงตน นี่คือปัญหาใหญ่เลย ที่ทำให้นายนิมนต์ ลอยนวลและหลอกเงินคนอื่นๆได้อีกนานพอสมควรเลยทีเดียว

ส่วนรายละเอียดการจับกุมและการฟ้องร้องต่างๆ สามารถติดตามอ่านได้จากข่าวของ หนังสือพิมพ์ สยามทาวน์ยูเอส ซึ่งคัดลอกมาให้อ่านด้านล่างนี้นะครับ พร้อมด้วยคำประกาศของ Department of Justice U.S. Attorney’s Office District of Rhode Island ส่วนทางสมาคมก็กำลังทำเทปสัมภาษณ์ ทนายที่ปรึกษาของสมาคมเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าจะช่วยเหลือผู้ที่ถูกนายนิมนต์หลอกไปได้ยังไง ซึ่งก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปนะครับ


ทนายขี้โกงเจออาญา ลวงคนไทยทำใบเขียว “ลี้ภัย”

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ในที่สุด “นิมนต์ นาแพง” ทะแนะจอมโกงจากโรดไอแลนด์ ก็หนีความผิดไม่พ้น เมื่อถูกรัฐบาลกลางเอาผิดด้วยข้อหาใหญ่ 26 กระทง จากการหลอกลวงให้คนไทยร่วม 50 คนว่าสามารถทำใบเขียวได้ แต่แอบยื่นเรื่องขอลี้ภัย ทั้งที่รู้ดีว่าเหยื่อทั้งหมดไม่มีคุณสมบัติ แถมทำให้เหยื่ออยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการถูกเนรเทศอีกด้วย

เว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2016 คณะลูกขุนใหญ่ของศาลรัฐบาลกลางในเมืองโพรวิแดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ อนุญาตให้ฟ้อง (indictment) นายนิมนต์ นาแพง วัย 34 ปี ซึ่งยังถือสัญชาติไทย และพักอาศัยอยู่ในเมืองเวคฟิลด์ รัฐโรดไอแลนด์ ด้วยข้อหาอาญาว่าด้วยการฉ้อโกงเรื่องอิมมิเกรชั่น จำนวน 26 กระทง รวมถึงการกรอกแบบฟอร์มขอลี้ภัยด้วยข้อมูลเท็จในนามของบุคคลอื่น ซึ่งไม่ได้เรียกร้องหรืออนุญาตให้ผู้ต้องหาดำเนินการ

จากเอกสารประกอบคำฟ้อง และข้อมูลอื่นๆ ที่มีการนำเสนอต่อศาลระบุว่า การทำผิดของจำเลย ซึ่งมีอาชีพเป็นที่ปรึกษาทนาย เกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคม 2014 ถึงเดือนธันวาคม 2015 โดยนายนิมนต์ นาแพง ได้ป่าวประกาศทางอินเตอร์เน็ต และมีการวางเอกสารโฆษณาตามร้านค้าและธุรกิจคนไทยหลายแห่ง ว่าสามารถช่วยเหลือคนไทยให้ได้รับใบอนุญาตทำงาน หรือ Employment Authorization Document (EAD) ได้ และจะได้รับสวัสดิการอื่นๆ ของรัฐบาล เช่นหมายเลขบัตรประกันสังคม ใบขับขี่ และหากมีคุณสมบัติครบถ้วนก็จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นสวัสดิการจากรัฐบาลด้วย

คำฟ้องกล่าวหานายนิมนต์ นาแพง ต่อไปว่า เมื่อมีคนหลงเชื่อและมอบข้อมูลส่วนตัวให้โดยหวังจะได้รับใบอนุญาตทำงาน ผู้ต้องหาจะใช้ข้อมูลเหล่านั้นไปกรอกแบบฟอร์มขอลี้ภัย โดยที่เหยื่อไม่ทราบ โดยที่ผู้มีสิทธิ์ขอลี้ภัยในสหรัฐอเมริกานั้น จะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัวหลายอย่าง เช่นต้องพิสูจน์ได้ว่า ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศของตัวเองได้ เพราะจะเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือเกรงกลัวว่าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต เพราะความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ การเป็นสมาชิกของกลุ่มสังคม หรือความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งสหรัฐฯ ยินดีให้บุคคลในกลุ่มนี้ลี้ภัยอยู่ในประเทศได้ อีกทั้งจะให้สวัสดิการบางประการในขณะที่แบบฟอร์มอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมถึงใบอนุญาตทำงาน หรือ EAD Card ด้วย

ข่าวบอกด้วยว่า การยื่นเรื่องเพื่อขอลี้ภัยในสหรัฐฯ นั้น ผู้ยื่นจะต้องลงนามในเอกสารด้วยตัวเอง และสาบาญว่าข้อมูลทุกอย่างเป็นจริงและถูกต้องด้วย แต่เหยื่อส่วนหนึ่งของนายนิมนต์ นาแพง ไม่เคยเซ็นชื่อในเอกสาร หรือรับรู้ว่าตัวเองกำลังยื่นเรื่องขอลี้ภัยแต่อย่างใด

ข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ บอกด้วยว่าโดยปกติแล้ว ในแต่ละปีจะมีคนไทยยื่นเรื่องขอลี้ภัยไม่ถึง 20 คน ดังนั้นเมื่อมีการยื่นเรื่องมากจนผิดสังเกตุ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2015 เป็นต้นมา ทำให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นรู้สึกผิดสังเกตุ และได้ทำการสอบสวนเรื่องนี้ และว่านอกจากจะรู้สึกผิดสังเกตกับจำนวนแบบฟอร์มขอลี้ภัยของคนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติแล้ว ผู้ยื่นขอลี้ภัยจำนวนมาก ได้ใช้ที่อยู่เดียวกัน คือสำนักงานของจำเลย หรือบ้านพักของจำเลย

“จากการตรวจสอบพบว่า มีแบบฟอร์มขอลี้ภัยมากกว่า 260 ชุดที่กรอกข้อมูลเหมือนกันทุกอย่าง รวมถึงมีการอ้างถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเหมือนกันด้วย” คำฟ้องระบุ

ทั้งนี้ ข้อหาของนายนิมนต์ นาแพง ทั้ง 26 กระทรงนั้น ประกอบด้วยฉ้อโกงทางไปรษณีย์ (mail fraud) 7 กระทง, ฉ้อโกงวีซ่า 8 กระทง, โจรกรรมข้อมูลส่วนตัว (identity theft) 10 กระทง และข้อหาฟอกเงินข้ามชาติ อีกหนึ่งกระทง โดยขณะนี้ อัยการกำลังทำเรื่องยึดทรัพย์ของจำเลยมูลค่า 279,550 ซึ่งเชื่อว่าได้มาจากการฉ้อโกงครั้งนี้ด้วย

ข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม บอกต่อไปว่า นายนิมนต์ นาแพง ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2015 และถูกควบคุมตัวโดยรัฐบาลกลาง โดยการจับกุมตัวดังกล่าว เป็นผลมาจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ที่พบว่านายนิมนต์ นาแพง กำลังวางแผนหลบหนีออกจากประเทศ และว่าคดีนี้ เป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน คือกระทรวงโฮมแลนด์, สำนักงานอิมมิเกรชั่นของหลายเมือง รวมถึงหน่วยงานตำรวจของโรดไอแลนด์ด้วย

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการจับกุมและฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายนิมนต์ นาแพง ครั้งนี้ ศูนย์กฎหมาย เอเชียน อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติส เคยออกมาเตือนชุมชนไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 ว่ามีพฤติกรรมหลอกลวงคนไทยว่าสามารถยื่นเรื่องทำใบเขียวให้ได้ โดยไม่บอกกับเหยื่อว่าเป็นการยื่นขอลี้ภัย โดยครั้งนั้น ทางศูนย์กฎหมายฯ บอกว่ามีคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อแล้วประมาณ 50 คน ทั้งคนไทยในแคลิฟอร์เนีย แมสซาชูเส็ทท์ ฟลอริด้า นิวยอร์ค และโอไฮโอ้ โดยทั้งหมดทำการติดต่อกับ “ที่ปรึกษาด้านอิมมิเกรชั่น” คนเดียวกัน โดยบุคคลผู้นี้ทำงานอยู่ที่รัฐโรดไอส์แลนด์ และลงประกาศผ่านสื่อมวลชนภาษาไทย แจกเอกสารโฆษณาตามธุรกิจของคนไทย รวมถึงโพสต์ข้อความตามกลุ่มต่างๆ ในเฟสบุ๊ก เพื่อโฆษณาบริการของตัวเองในชุมชนไทย ซึ่งดูเหมือนจะเป็น “เป้าหมาย” ของเขา โดยแต่ละคนต้องเสียค่าบริการประมาณ 2,500 ดอลลาร์

ศูนย์กฎหมายฯ บอกด้วยว่าเหยื่อส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสได้อ่านแบบฟอร์ม หรือลงนามในแบบฟอร์มซึ่งปรึกษาทนายคนนี้ ยื่นเข้าไปยังสำนักงานอิมมิเกรชั่นแต่อย่างใด ทำให้ไม่มีใครทราบว่าการยื่นขอใบอนุญาตทำงานของตนเองนั้น ถูกยื่นในประเภทไหน จนกว่าจะได้รับใบเสร็จรับเงินจากสำนักงานอิมมิเกรชั่น จึงทราบว่าเป็นการยื่นขอวีซ่าผู้ลี้ภัย หรือ asylum application ซึ่งเหยื่อเกือบทั้งหมดจะไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องการลี้ภัยแต่อย่างใด

หนังสือของศูนย์เอเชียน อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติส ระบุชัดเจนว่า เหยื่อของการหลอกลวงครั้งนี้ส่วนใหญ่ กำลังอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อกระบวนการเนรเทศ หลังจากแบบฟอร์มขอเป็นผู้ลี้ภัยถูกปฏิเสธ และว่าความเสี่ยงจะยังคงอยู่ แม้ว่าเหยื่อจะถอนคำร้องก่อนการพิจารณาของสำนักงานอิมมิเกรชั่นก็ตาม ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวนี้ ที่ปรึกษาทนายความ ไม่ได้แจ้งให้ทราบแต่อย่างใด.

ศูนย์เอเชียน อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติส ย้ำด้วยว่า หากมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอิมมิเกรชั่น คนไทยควรปรึกษาทนายความด้านอิมมิเกรชั่นที่มีประสบการณ์และเชื่อถือได้ หรือตัวแทนขององค์กร the Board of Immigration Appeals (BIA) ก่อนจะกรอกแบบฟอร์มใดๆ ของสำนักงานอิมมิเกรชั่น โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อขององค์กรต่างๆ รวมถึงตัวแทนของ BIA ได้ที่ www.justice.gov/eoir/ra/raroster.htm รวมถึงสามารถตรวจสอบรายชื่อขององค์กรไม่หวังผลกำไร ที่มีบริการให้คำปรึกษาปัญหาอิมมิเกรชั่นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือเพียงเล็กน้อยได้ที่ www.immigrationadvocates.org/nonprofit/legaldirectory

และหากตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงโดย “ที่ปรึกษา” คนนี้ หรือเป็นเหยื่อการหลวงลวงในลักษณะนี้ รวมถึงกังวลถึงสถานภาพของตัวเอง สมควรปรึกษาทนายความด้านอิมมิเกรชั่นที่มีประสบการณ์โดยเร็วที่สุด หรือจะติดต่อกับศูนย์เอเชียน อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติส ในลอส แอนเจลิส ก็ได้ โดยติดต่อเจ้าหน้าที่คนไทย ได้ที่หมายเลขฮอทไลน์ 800-914-9583

ทั้งนี้ ศูนย์เอเชียน อเมริกัน แอดแวนซิ่ง จัสติส เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ให้บริการคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย เน้นให้บริการกับบุคคลที่มีรายได้น้อยและมีชำนาญภาษาอังกฤษ โดยเน้นหนักในด้านกฎหมายอิมมิเกรชั่น, การเปลี่ยนสัญชาติ, เหตุรุนแรงในครอบครัว, กฎหมายครอบครัว, สิทธิของลูกจ้าง และการเหยียดผิว ผู้ต้องการความช่วยเหลือหรือคำปรึกษา สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คนไทยของศูนย์ฯได้ที่หมายเลขฮอทไลน์ 800-914-9583.


นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส


Department of Justice
U.S. Attorney’s Office
District of Rhode Island

________________________________________
FOR IMMEDIATE RELEASE
Wednesday, January 20, 2016
Thai National Indicted in Alleged Immigration Fraud Scheme
PROVIDENCE, R.I. – A federal grand jury in Providence, R.I., returned a 26-count indictment on Tuesday charging Nimon Naphaeng, 34, a native and citizen of Thailand, who currently resides in Wakefield, R.I., with allegedly running an immigration fraud scheme which allegedly included the filing of false asylum applications on behalf of individuals who did not request nor authorize the applications.
The indictment is announced by United States Attorney Peter F. Neronha and Matthew J. Etre, Special Agent in Charge of Homeland Security Investigations for New England.
According to the indictment and information presented to the court, it is alleged that between January 2014 and December 2015, Naphaeng advertised on the Internet and in flyers posted at various businesses that he could assist Thai nationals with obtaining an Employment Authorization Document (EAD) card, and, as a result, further government benefits such as a social security number, a driver’s license and, if they qualify, other financial benefits. It is alleged that Naphaeng, without the consent of the applicants, used personal information they provided to him to secure an EAD card to instead file asylum applications in their names. It is alleged that the applicants did not know that Naphaeng was filing asylum claims in order to secure EAD cards.
In order to qualify for asylum, an applicant must establish that they cannot return to their native country based upon persecution or a well-founded fear of persecution on account of race, religion, nationality, membership in a particular social group, or political opinion. The applicant must personally sign the application and swear under penalty of perjury that the information is true and correct. An initial asylum application grants the applicant certain benefits while their application is pending, including the issuance of an EAD card.
Nationwide, Thai nationals historically file less than 20 asylum applications each year. According to information presented to the court, this investigation began in January 2015, when immigration officials observed a surge of citizens from Thailand submitting asylum applications. A significant number of the applications allegedly shared the defendant’s home or work address. It is alleged that a review of more than 260 of these asylum applications contained virtually identical asylum claims, factual scenarios and supporting documents.
The indictment returned on Tuesday charges Nimon Naphaeng with seven counts of mail fraud, eight counts of visa fraud, ten counts of aggravated identity theft and one count of international money laundering. The government is also seeking the forfeiture of $279,550 seized from Naphaeng, monies allegedly realized by Naphaeng in the execution of the scheme.
An indictment is merely an allegation and is not evidence of guilt. A defendant is entitled to a fair trial in which it will be the government’s burden to prove guilt beyond a reasonable doubt.
Naphaeng, who was arrested on a criminal complaint on December 22, 2105, is detained in federal custody. A federal arrest warrant was obtained based on information developed by agents investigating this matter that Naphaeng was allegedly planning to leave the United States.
The matter was investigated by Homeland Security Investigations, with substantial assistance from the U.S. Citizenship and Immigration Services - Fraud Detection National Security Asylum Office, Newark, N.J., and the Warwick, R.I., Police Department.
The case is being prosecuted by Assistant U.S. Attorneys Richard W. Rose and Mary E. Rogers.
###

Contact:
Jim Martin (401) 709-5357
email: USARI.Media@usdoj.gov
Email links icon
on Twitter @USAO_RI
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2780
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to Be Talk เล่าสู่กันฟัง

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest

cron