เมื่อ FBI บุกบ้าน!!!! จากพันธ์ทิพย์

Be Writing เรื่องของคนชอบเขียน เรื่องที่ส่งมาจากทางบ้าน

เมื่อ FBI บุกบ้าน!!!! จากพันธ์ทิพย์

Postby Tosak » Tue May 12, 2015 4:14 pm

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า ยืมล๊อคอินเพื่อนมาใช้ในการตั้งกระทู้ค่ะ เพราะตอนนี้อยู่เมกา เพิ่งลงทะเบียนแบบบัตรประชาชนอะไรในนี้ แล้วมันต้องรอนาน รอไม่ไหว เลยยืมของเพื่อนมาล๊อคอินเล่าค่ะ

หลังจากเจอเหตุการณ์ระทึกมาเมื่อเช้า และหลังจากพิมลง fb ก็อยากมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆในพันทิปได้อ่านกันค่ะ
คร่าวๆนะคะ เพื่ออัตรสในการอ่านข้างล่าง เราอยู่อเมริกามา 3 ปีกว่า ตอนนี้ถือกรีนการ์ดผ่านการแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น
แต่เลิกกับสามีมาประมาณ 7 เดือน คือแยกกันอยู่ค่ะ แต่ฝรั่งทำเรื่องให้ต่อ โดยใช้ที่อยู่เดียวกันและไปสัมภาษณ์ว่ายังอยู่ด้วยกันจริง แต่จริงๆคือเลิกกันขาดแล้ว
(คืองงใช่มั๊ยค่ะว่าทำไมต้องเล่าก่อน? อ่านไปแล้วจะรู้ค่ะ ส่วนเรื่องกรีนการ์ดผ่านการแต่งงานเด๊วจะมาฝอยให้ฟังทีหลัง ถ้ามีเวลานะคะ)

เนื่องจากเตตัสมาจาก fb ภาษาทีใช้อาจจะค่อนข้างเป็นกันเองหน่อย
ถ้าใครโลกสวยมาก เชิญทู้อื่นนะคะ จุฟๆ

(เตตัสนี้ยาวมากบอกก่อน...แต่อ่านจบแล้วมันส์ ใครรู้ช่วยวิเคราะห์หน่อยนะ)
6 โมงเช้าวันอาทิตย์...
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!
เสียงเคาะประตูระรัวดังมาก (ห้องนอนอยู่ basement ยังได้ยิน อย่าเรียกว่าเคาะ...เรียกว่าทุบประตูดีกว่า แล้วเวลานั้น อินาก็นอนตูดโด่งอยู่เลยจ้า) แต่ยังจ้า ปังๆๆๆๆๆ เสียงทุบประตูระรัวอย่างต่อเนื่อง (นึกในใจ... ติ๊ง ต่องบ้านก็มี คือเมิงกดไม่เป็นกันหรอ?) ปังๆๆๆ ยังไม่หยุดทุบ รอบนี้มีเสียงคนพูดด้วย แต่ได้ยินไม่ถนัด สักพัก ได้ยินเจ้าของบ้านไปเปิดประตู คงเจอแล้วคุยกันแล้ว ...(นึกในใจ มารยาทดีมาก ทุบประตูชาวบ้านหวันมุ้งมิ้งขนาดนี้) อินาก็นอนต่อสิจ๊ะ รออะไร?...หลับไปประมาณครึ่งชม.ได้ เอาอีก ทุบอีก ตอนแรกนึกว่าฝัน ตอนที่สองเสียงทุบมันใกล้กว่าเดิม...ตอนที่สาม กุไม่ได้ฝันแน่ๆ มันทุบประตูห้องกุนี่แหละ...ลุกไปเปิด!! ช้อคคคค!!!! เห็นคนใส่ชุดดำสี่ห้าคนถือปืนจ่อมาตรงหน้า งัวเงียๆ ฝันป่าววะ?? นับได้ด้วยสายตา ประมาน 5 คน อ่านป้ายที่หน้าอกเห็นลางๆว่า FBI!! คือเต็มยศมาก เสื้อเกราะกันกระสุน หมวก รองเท้าคอมเบด แบบเคยเห็นแต่ในหนัง วันนี่พี่ๆมาให้เจอถึงหน้าห้องนอนจ้า (ใครนึกไม่ออกไปกู้เกิ้ลเอาเอง) กุก็เอ้ยยยย!!! ระหว่างยืนงงก็ได้ยินเสียงพี่ๆชุดดำแหกปากตะโกนมาว่า เอฟบีไอ ออนยัวนี! ห๊ะ อะไรนีๆนะ? ออนยัวนี!!! (อ่อ...คุกเข่าลง) ถามไปว่า "ว๊อทแฮปเพ่น?" ไม่มีใครตอบ ทำอะไรกุไปทำอะไร??? ขับรถผ่าไฟแดงเหรอ? ไปชนกระรอก ชนกวางรึป่าว? เอ้ยย! หรือว่าเค้ารู้ว่าเลิกกะฝรั่ง? แล้วเรื่องสัมภาษณ์เมคขึ้น เอ้ย!!หรือเรื่องเปิดประตูไปแวดใส่รถคันหลังกลางสี่แยกวันก่อนวะ? คือ ทุกอย่างในโลกมาหมด ระหว่างคุกเข่าระลึกชาติอยู่ ทั้งห้านางก็เข้าไปรื้อห้องนอน รื้อเจอ laptop 1 เครื่อง ยึดไป กะเอามือถือไปด้วย แล้วถามชั้นว่ามีอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆอีกมั๊ย? "ไม่มี" (จริงๆมีไอเพดเครื่ิองที่ีรอดปลอดภัยจากเอฟบีไอมานั่งพิมพ์อยู่นี่แหละ 555 เด๊วจะเล่าว่านางเพดรอดมาได้ไง แล้วเอฟบีไอมาทำอะไร) หลังจากพี่แกรื้อห้องเสร็จสมอารมณ์หมาย นางก็ตะคอกอีกบอกว่าตามชั้นมาข้างบน ... เด๊วนะๆ กุลุกขึ้นได้แล้วหรอ?? เมื่อกี้บอกให้ออนยัวนีอยู่เลย แล้วคือพูดดีๆได้ป่าววะ ป่าเถื่อน! หยาบคาย! ไม่มีใครสอนให้พูดดีๆเหรอ (ในใจตอนนั้นด่าแล้วจ่ะ อิพวกบ้านี่มาทำอะไร...แล้วตกลงกุไปทำอะไรให้ใคร? เมื่อวานขับรถชนใครป่าววะ? คืองง,แล้วคอมกะมือถือเกี่ยวอะไร?) ขึ้นมาข้างบน เจอเจ้าของบ้าน ถามว่าเกิดไรขึ้น 2 คน ทำหน้างงกว่าอินาอีกจ้า สภาพแต่ละคนไม่ต้องถาม เพิ่งตื่นกันสุดๆ ตัวสั่น ใจสั่นหมด อะไรวะ สรุปวันนี้ตูต้องเข้าคุกมะกันใช่มั๊ย? ไม่นะ!!!
ระหว่างมโนอยู่นั้น พี่เอฟก็ยืนสัมภาษณ์นู้นนี่ ขอดูเอกสาร ถามว่าบ้านนี้อยู่กี่คน บลาๆ ใช่แน่ๆ มันมาจับตูนี่แหละ!!! (ยังมโนไม่เลิก) ถามนู้นนี่อยู่นานมาก...
(แล้วตกลงจะบอกได้ยังว่ามาทำอะไร? คือตื่นเต้นนานล่ะ จริงๆถ้าจะจับชั้นไม่ต้องใช้ถึงเอฟบีไอหรอก เห็นตร.หล่อๆก็ไปด้วยล่ะ 555 kidding!)

ทีนี้มาถึงตอนลุ้นระทึกว่า ตกลงมาทำอะไร
นางนึงพูดออกมาจากผ้าปิดหน้ากะหมวกกันน็อค พยายามจะอธิบายให้ฟังว่ามาทำไม คือลำบากนะชีวิตคนพวกนี้ เปิดเผยตนก็ไม่ได้ บอกให้ถอดหมวกออกก็ไม่ถอด ยืนเหงื่อแตกต่อไปต่ะ...เคเล่าต่อ
นางอธิบายว่า มีคนในบ้านหลังนี้พยายามแฮ็กข้อมูลในชิพของฐานข้อมูลนักโทษบ้าบออะไรไม่รู้ 3 ครั้ง! พยายามหาพิกัดมาตั้งแต่แฮ็กครั้งแรกเดือนพย.2013
จนครั้งล่าสุดแฮ็กประมาณเดือนที่แล้ว ในพิกัดจับได้ว่าเป็นบ้านหลังนี้!!! แล้วในบ้านมีคนแก่ผัวเมีย 2 คน ผัวอายุ 70 มีคอมไว้ร้องคาราโอเกะ เมีย 68 วันๆอยู่แต่กับเรื่องงานสัมนานู้นนี่ ว่างจากนั้นก็ทำกับข้าว เลี้ยงหลาน ประเด็นเลยมาอยู่ที่อินาสิ!!!!! ค่ะ!!! กลายเป็นผู้ต้องสงสัยคดีระดับชาติเลยค่า!!!! กุเก่งขนาดนั้นเลย!!! แล้วสิ่งที่พี่เอฟแกเก็บกันไปคือ มี คอม ซีพียู 3 เครื่อง (ของเจ้าของบ้าน) โน้ตบุ๊ค 4 เครื่อง (ของอินา 1 เครื่อง) โทรสัพ 3 เครื่อง (แอบแวปคิดเล็กๆในใจขึ้นมาว่า นี่เอฟบีไอตัวจริงตัวปลอมวะ?? แล้วเรื่องนี่เมคขึ้นมาได้ป่ะ?) จะขอดูบัตรอีกรอบก็เด๊วให้ตูออนนีอีก!! (คือหลอน!) นีพ่อง!! (จริงๆพี่แกก็โชว์ตอนมาทุบประตูห้องนั่นแหละ แต่เห็นไม่ชัด)

แล้วแบบคือ ทำไมต้องให้ของ นึกออกป่ะ? รู้ว่าเป็นเอฟบีไอ แต่ชั้นไม่รุ้จักพวกหล่อนอ่ะ เลยขอโทร 911 เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินอันน้อยนิด ทีนี้ที่บ้านเหมือนมีเหตุร้ายแรงเลยจ้า รถตร.คร่าวๆคือสิบกว่าคัน (ไม่รู้ว่าตร.ท้องที่กับพี่เอฟเค้าทำงานร่วมกันรึป่าวนะ) แต่ขอลงบันทึกประจำวันไว้ว่า พี่เอฟเค้าเป็นตัวจริง แล้วเอาอะไรไปบ้าง...
ทีนี้มาถึงว่าทำไมถึงเจอแจ็คพ๊อตเรื่องแฮ็กได้ จากที่รู้มาบ้าง คือ
1.แฮ็กเกอร์อาจจะแฮ็กมาใช้พาส wi fi ที่บ้าน แล้วแฮ็กชิพอันนั้น เสร็จ IP Address ก็จะโผล่มาปรากฎบ้านนี้ wi fi ถ้าแฮ็กได้ รัศมีการใช้ก็เป็นรอบๆบ้านถูกป่ะ? คำถามคือ ไอพีเนี่ย มันสามารถใช้ของทั้งโลกได้มั๊ย?
2.มีคนมาจากที่อื่น มาขโมยใช้ wi fi โดยจอดรถหน้าบ้าน แล้วแฮ็กพาส wi fi แล้วไปรื้อข้อมูลชิพบ้าบออะไรนั่น (กุคิดอะไรอลังตลอดอ่ะ 5555)
3.แล้ว 6 เดือน พี่เอฟเพิ่งตรวจเจอพิกัด แล้วเหมือนมั่นใจมากว่าเป็นกุงี้!!! ให้ออนนีด้วย!! (คือติดใจมากกะอิคุกเข่านี่แหละ!!!) กุก็บ้าจี้ทำตามเนอะ
4.เป็นบ้านรอบๆนี้ได้ป่ะ? พี่เอฟทำงานพลาดนะ เก่งสุดสำหรับนาขวัญกับคอม คงเป็นตัดต่อวิดิโอพรีเซ้นเทชั่น...นั่นคือเก่งสุดยอดล่ะ! มาให้กุไปแฮ็กอะไรใคร รู้เรื่องที่ไหนอ่ะ ไอบ้า!!
5.หรือ landlord สองคนนี้จะเป็นคนทำ? แบบเป็นสายลับงี้ 5555 (อันนี้ดูหนังมากไปแระ)
แล้วที่นางเพดของอินารอดมาได้อย่างหวุดหวิด เพราะลืมนางไว้ในรถตั้งแต่เมื่อคืน แล้วรถก็จอดไว้ใต้ต้นไม้อีกฝั่งของบ้าน เพราะเสาร์ อาทิตย์จอดริมถนนได้ รถชั้นเลยไม่โดนรื้อ

และ ณ ขณะนี้อินาก็กลายเป็นบุคคลไม่มีโทรศัพท์ใช้ line,whats app,kik หรือเมสเซสธรรมดา ถ้าส่งมาแล้วมีคนอ่าน ระวังจะคุยกับเอฟบีไอนะเออ! 555
เรื่องที่เจอมา เกือบ 3 ชม. ระทึกกว่าที่เล่าคูณล้านบอกเลย...แล้วก็ไม่เข้าใจหรอกว่า...เวลาเจอเรื่องอะไร ต้องเจอระทึกกว่าชาวบ้านสิบสองร้อยล้านเท่า (คือ จะบอกว่าเยอะจริงๆ555) มันอลังการงานช้างจริงจัง ชีวิตยิ้มร๊อคตลอดเวลา 555+

ผ่านมา สี่ห้าชม. ชั้นตอนต่อไม่หลับสิ เหตุการณ์ยิ้มระทึกมาก...เลยต้องมานั่งพิมเล่าอยู่เนี่ย...
มีอะไรคืบหน้า จะรายงานเป็นระยะๆ
จบข่าว/นาขวัญรายงาน

ล่าสุด...อิเพื่อนๆที่มีไลน์ ว๊อทแอฟ,kik คือตื่นเต้นจ้าตอนนี้ อยากคุยกับเอฟบีไอ ไลน์ไปหากันใหญ่ (อันนี้เพื่อนบอกมา 555 เพื่อนกุแต่ละคนนะ!)

ปล.เรื่องที่เล่าแล้วแต่วิจารณานส่วนบุคคลนะคะ ใครจะหาว่ามโน ขี้โม้ก็สุดแล้วแต่นะคะ
บอกก่อนว่ากุไม่ใช่คนบ้าที่อยู่ๆจะมานั่งแต่งเรื่องมโนอะไรเยอะแยะได้ขนาดนี้ (ออกตัวก่อนเพราะไม่อยากเสียอารมมานั่งอ่านคนด่า แค่อยากถ่ายทอดประสบการณ์อีกอย่างในต่างแดน)
-----------------------------------------------
กรี๊ดดดดด ขอบคุณสำหรับการตอบรับนะคะ มีเพื่อนๆมารออ่านเยอะเลย เพื่อนบอกเอ้ยเมิงๆรีบเข้ามาอัพเดท กระทู้ได้โหวตด้วย
บอกแล้วว่าชีวิตอลังตลอด 5555 ไม่เคยตั้งกระทู้ แต่เด๊วจะมาบ่อยๆนะคะถ้าว่าง
เรื่องแต่ละเรื่องที่เกิดในชีวิตแบบบิ๊กๆตลอด (แอบสปอย)
ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคืบหน้าจากพี่เอฟนะคะ....ไว้มีจะมาอัพเดทเรื่อยๆ
แต่ตอนนี้ ที่บ้านมีการเปลี่ยนwifiใหม่หมดเลยค่ะ (เสียเงินเพิ่ม!) เมื่อก่อนที่บ้านมีพาสเวิล์ดค่ะแต่ทำไมความซวยต้องมาเจอที่ตูทุกทีวะ?
อิพวกแฮ็กเกอร์แมร่งทำชีวิตยุ่งยากนะ!! (หรือจริงๆเราอาจจะเป็นสายลับปลอมตัวมาก็ได้นะ 5555+)
สถานการณ์ในบ้านตอนนี้อยู่ยากแระค่ะ เพราะระแวงกันเอง (บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านเช่าค่ะ)
คุณตาคุณยายเค้าคิดว่าเราเป็นคนทำเรียกเราไปคุยแบบซีเรียสมาก ถามว่า ยูจะย้ายบ้านมั๊ย? อะไรนะ? นอกจากจะโดนยึดข้าวของไป กุยังจะโดนไล่ออกจากบ้านอีกเหรอ? แต่ก็บอกเค้าว่า ทำไมยูไม่รอดูผลก่อน ไอไม่ได้เป็นคนทำ (เข้าใจว่าคนแก่คงกลัวไปตามประสา) เราไม่คิดว่าเค้าเป็นคนทำ(หรือจะผิด?) แต่แบบเดินผ่านกันแล้วกรอกลูกกะตาใส่กันอ่ะ! ตูละงง! กรอกทำไม? ไปกรอกใส่พี่เอฟนู้น! ตูไม่ได้เป็นคนเอาทรัพย์สินไปนะ!
กุมีคอมไว้เล่นเกมส์ ฮ่วยยย! ที่นี้จากการที่ดูหนังมากไป วันนี้คิดเล่นๆว่าจะเดินสำรวจบ้านแบบจริงจัง เผื่อมีฐานลับห้องใต้ดินอะไรงี้ 555555555555555 (คิดอะไรปกติแบบชาวบ้านไม่ค่อยเป็น เป็นคนมีปัญหา 55555)
อ่อ จะเล่าต่อค่ะว่ารอดจากพี่เอฟมาได้ไง คือทั้งห้านางยืนสัมภาษณ์อยู่นานมาก ถามหาหลักฐานทุกอย่างที่มี
เรายืนยันว่าเราไม่ได้เป็นคนทำ "ยูไม่มีหลักฐาน ยูจะจับใครในบ้านหลังนี้ไม่ได้ ยูเอาของพวกเราไป เอาไปตรวจ ถ้ามีหลักฐานแล้วยูค่อยมาจับพวกชั้น"
นั้นคือประโยคท้ายสุดที่เราได้คุยกับพี่เอฟ นึกในใจ สมมุติแฮ้กเกอร์ทิ้งหลักฐานไว้งี้ กุซวยอีก!! สติอยู่ไหนสติ!! พูดอะไรไม่คิด!!
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2759
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Re: เมื่อ FBI บุกบ้าน!!!! จากพันธ์ทิพย์

Postby Tosak » Tue May 12, 2015 4:24 pm

เมื่อ FBI บุกบ้าน ภาคต่อ...
วันนั้น...6 โมงเช้าวันเสาร์ (มาเวลาเดิมเลยนะยิ้ม!) แน่นอนอินายังนอนตรูดโด่งอยู่เหมือนเดิม
ติ๊ง ต่อง ติ๊ง ต่อง ... เสียงกริ่งบ้านดัง สองรอบ เจ้าของบ้านไปเปิด ...อินาหลังจากได้ยินเสียงกริ่งก็เกิดอาการประสาทหลอน ได้ยินเสียงแล้วนอนต่อไม่หลับ เพราะ ถ้าคนรู้จักมาที่บ้านจะหยิบเอากุญแจที่ซ่อนไว้แล้วเปิดเข้ามา นานๆจะมีการกดติ๊งต่องที เพราะเช้าๆลูกสาวจะเอาน้องตัวเล็กมาส่งก่อนไปทำงาน คนเข้าออกประจำจะรู้ว่ากุญแจซ่อนอยู่ (ต่อ) ตามความคาดหมายค่ะ!! เซ้นกุแม่นเหมือนเดิม! สักพักได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆจากเจ้าของบ้าน (ไม่ใช่ทุบเหมือนครั้งที่แล้ว) บอกว่ามีตำรวจมาขอพบ!!!
ห๊ะ!!??!??!! ตะ ตะ ตำรวจ มาทำไมอีก? กุไปทำอะไรอีก?? ไม่นะ!! ระหว่างมโน ตัวชา ใจตกลงไปถึงบ่อบาดาล(ไกลกว่าตาตุ่ม) วิญญาณออกจากร่างไปสองวิ!! มันมาอีกแล้ว มันมาอีกแล้ว!!! คราวนี้อะไรอีก? ครั้งที่แล้วอมขี้ฟันหอมชื้นใจคุยกะพี่เอฟทีนึงล่ะ รอบนี้ขออนุญาตล้างหน้าแปรงฟันได้ป่ะ? ก็ได้แต่ทำแบบรีบๆแหละ กลัวโดนลงมาลากถึงห้องอีก ...
ขึ้นไป...เจอพี่สองนางล่ำบึก เอ๊ะ!!?! เจ้าของบ้านบอกตำรวจนิ นางโชว์บัตร พร้อมแนะนำตัว "ไฮ แอม'สตีฟ เอฟบีไอ" อีกนางชื่อไบรอันเป็นคนดำ แต่อ้าววว?!? นี่พี่เอฟนิ วันนี้ใส่สูตร ผูกไทค์ ไม่โพกหน้า(นึกย้อนกลับไป สงสัยมนุษย์ยายเค้าคงหมายถึงเอฟบีไอนี่แหละ แต่คงเรียกไม่ถูก 5555) หน้าตาหล่อผ่าน หุ่นผ่าน แต่การพูดจาไม่ผ่าน (เหมือนเดิม! นึกในใจ เอฟบีไอนี่เค้าโดนฝึกมาแบบนี้เหรอวะ? )
อ๊ะๆต่อ...(ทำไมชอบพาเลี้ยวลงข้างทางตลอด 555)

หลังจากที่คุยกับเจ้าของบ้านสองคนไปแล้ว พี่เอฟสองนางก็ถามว่า บ้านนี้มีใครเข้าออกอีกบ้าง?
ก็มีหลานๆ 3 คน,ที่ Babysit ไปรับมาจากรร. เด็กๆ อายุ 2,4,6 ผู้ชายทั้งสามคน
ลูกสาว 2 คน กับ ลูกเขย 2 คน แต่ต่างคนต่างออกไปอยู่บ้านตัวเองกันหมดแล้ว
สองนางขอเบอร์โทรทุกคน...แน่นอนค่า ทุกคนพูดภาษาปะกิดหมด ไม่มีปัญหา

ที่นี่มาถึงประเด็นอินา...ถามว่ายูมีคนรู้จักอยู่ที่นี่บ้างมั๊ย นึกถึงฝาชี(สามี)เก่าคนแรก ก็บอกไปว่ามี แต่ตอนนี้นางไปไทย (นางบินไปตั้งแต่วันที่ 12 พค. นึกในใจประเด็นแยกกันอยู่ที่รอดไปแล้ว80%) แล้วก็บอกนอกนั้นก็เป็นเพื่อนที่ทำงาน,เพื่อนของฝาชี แต่บอกเค้าว่าไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ขอเบอร์โทรบ้านโฮสเก่าที่เคยอยู่,ขอเบอร์เอเจ้นที่สปอนเซอร์มาจากไทย (อิบ้านโฮสอ่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่กะอิเอเจ้นเก่าที่เคยทำงานนี่ดิ ทิ้งระเบิดไว้ก้อนใหญ่มาก เพราะตอนนั้นอินาป่วย แล้วมันจะไม่รับผิดชอบจ่ายบิลโรงพยาบาล เลยซูกันจนอินาชนะ ตรงนี้คือมหากาพย์ที่ต้องเล่าต่อไป* ขอละไว้ในฐานที่งงๆกันก่อนนะคะ) จริงๆก็มีคนรู้จักอีก แต่แบบคิดว่าเค้าไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ของชั้น เลยบอกว่ามีแค่นี้.... ยังไงต่อรู้มั๊ยจ๊ะ??!?? พี่เอฟสองนางขอเบอร์โทรพ่อกับแม่ชั้นที่เมืองไทย!!! ค่าาา!! ระวังคุยกันรู้เรื่องนะเพ่! พ่อกับแม่ชั้นจะแร๊ฟเหนือกะใต้ใส่พวกเพ่อ่ะดิ! บอกว่าเค้าไม่พูดภาษาอังกฤษก็ไม่เจื่อ! เมื่อได้เบอร์โทรทุกคนสมดั่งใจนาง นางก็สัมภาษณ์อยู่ยกใหญ่ (แอบส่องออกไปหน้าบ้าน งานยักษ์อีกแล้วจ้า รถตร.เต็มไปหมด ถึงตอนนี้คิดว่า คนข้างๆบ้านคงอยากรู้แล้วแหละว่าเกิดอะไรขึ้น...แต่ที่นี่ดีตรงที่ เค้าไม่ค่อย ส เสือเหมือนมนุษย์ป้าข้างบ้านเรา)

ต่อ...
คุยกันสักพัก พี่ตีฟล่ำบึกก็ชี้มาที่หน้าอินา...(อะไร!! แบบนี้คนไทยถือนะเพ่! ชี้หน้าแบบนี้หาเรื่องใช่ป่ะ?) แล้วเป็นคนปากไว เลยแวดเบาๆใส่ไปว่า "Don't point at me,please. (เติมพรีส เพื่อความสุภาพ จริงๆโกรธนะใครมาชี้หน้า..อินาโรคจิต) Its not polite for Thai people" (อย่ามาชี้หน้าตูนะ! มันไม่สุภาพสำหรับคนไทย!)
สองนางก็มองตาขว้างๆ ก่อนจะพูดมาว่า "I'm sorry ma'am" เรียกตูแหม่มอีก! ฮ่วยยย!
แต่อันนั้นไม่ใช่ประเด็น...ประเด็นคือ สิ้นประโยคนางที่พูดว่า "Could you guys please follow us" วิญญาณออกจากร่างรอบสอง (คราวนี้ออกไป 5 วิ นานกว่าเก่า!)
หูเห่อ หน้าเหน่อชาไปหมด (ยืนมโน...โกรธชั้นเรื่องชี้หน้าเหรอ? ขอโทษก็ได้นะ ให้ไปไหน? ไม่ไป!! )
ร๊อคอีกแระ! ชีวิตตูร๊อคอีกแระ! ถามว่าไปไหน นางก็แค่บอกให้ตามมา ....ถึงตอนนี้นึกออกใช่มั๊ยว่ายังใส่ชุดนอนอยู่ จึงขอนางไปเปลี่ยนชุด ตอนแรกนางบอกไม่จำเป็น! จำเป็นสิ!! เครื่องในไม่มีสักชิ้น (ไม่ต้องคิดภาพตามนะตรงนี้ ชั้นรู้ว่าชั้นเซะซี่ 5555)

ระหว่างเปลี่ยนชุดก็มโนไปร้อยแปดล้านอย่างในหัว ... ถึงตอนนี้อยากให้อุกาบาตตกที่บ้านมาก , อยากมุดท่อ, แอบในเครื่องซักผ้า หรือดีดตัวพุงออกไปนอกโลก โอยย ระเบิดตอนนี้ได้มั๊ยโลก! (กุเพ้อเจ้อนั่นแหละพูดง่ายๆ 5555) แต่ความเป็นจริงคือหนีไปไหนไม่ได้เลย เพราะทางเข้าออกบ้านมีทางเดียว...เลยต้องขี้นมารับชะตากรรมต่อไป...

เดินตามพี่เอฟไป...มีคำถามอีก (ก็เป็นคนขี้สงสัยอ่ะ)
อินา:Am I under arrest? (นี่ชั้นอยู่ภายใต้การคุมตัวรึป่าว?)
พี่เอฟ: No,ma'am!
เรียกแหม่มอีกแระ!! แต่หายใจสะดวกขึ้นมาอีก 2 ระดับ
ออกมานอกบ้าน มีรถอีกสี่ห้าคัน (มากันทำไมเยอะๆไม่รุ้ เห็นแล้วหน้าชา กุขำไม่ออกแระแส่ดดด!!) นางทั้งสองที่เข้ามาในบ้านก็ให้อินานั่งรถไปด้วย ไม่ได้ใส่กุญแจมือนะ แต่มีพี่เอฟ 4 คนในรถ สองคนนั่งข้างหน้า อีกสองคนนั่งขนาบข้างอินาค่า ถึงตอนนี้น้ำตาคลอแระ พยายามปลอบตัวเอง...นี่ตูฝันอยู่ใช่มั๊ย? ตอนนั้นหน้าพ่อหน้าแม่ลอยมา วิ๊งๆเลย แบบ วันนี้ใช่มั๊ย? ไม่นะ! อยากกรี๊ดใส่หูผู้บ่าวทั้งสี่นางในรถว่า "จับคนผิดนะ dude!!!"

หลังจากที่นั่งอยู่ในรถกับพี่เอฟทั้งสี่นาง นึกไปต่างๆนาๆว่าถึงจุดนี้ต้องพูดความจริงให้หมดแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าพี่ๆเค้าจะพาไปไหน แต่รถพี่เอฟสองคัน กะรถตำรวจเปิดวี่หวอทั้งขบวน แลดูยิ่งใหญ่เหมือนแห่มโหรสพ นี่เสียดาย มันเป็นเรียลลิตี้ที่ไม่มีกล้อง...ไม่งั้นกุคงเป็นคนไทยที่ดังมากในย่านนี้... รถพี่เอฟเป็นเหมือนรถแฟมมิลี่คันใหญ่ๆ มีกรงเหมือนขังหมาระหว่างข้างหน้ากับข้างหลัง...

หลังจากนั่งอยู่ในรถประมานครึ่งชม.ก็ถึงตึกที่เข้าใจว่าคงเป็นหน่วยงานเอฟบีไอ รอบแรกอ่านไม่เห็นหรอก น้ำตาคลอเบ้าอยู่ เกิดมาอายุ 28 ปี ก็เพิ่งเคยเห็นตึกเอฟบีไอตัวเป็นๆนี่แหละ แล้วอยู่นี่มา 3 ปีกว่า ก็เพิ่งรู้ว่าตึกเอฟบีไออยู่ใกล้ๆสนามบิน อ่อ..เจ้าของบ้านทั้งสองคนอยู่ในรถตำรวจคันข้างหลังแยกกันคนละคันนะคะ (ตายายช่วงนี่จะไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไร เด๊วจะเล่าต่อไปค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง) เราทั้งสามคนไม่โดนใส่กุญแจมือ (แต่แค่นี้ก็สยองไปสองล้านแปดแระ!)
ในรถมันเงียบ สถานการณ์มันเครียด
ไม่รู้จะพาไปไหน แหม...มีโอกาสอยู่ลำพังกับพี่เอฟตั้งสี่คน เลยรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เอ่ยปากชวนพี่ๆเค้าคุย...
อินา:How long have you guys been working for fbi? (นานเท่าไรแล้วที่พวกคุณทำงานกับเอฟบีไอ)
พี่เอฟนางข้างหน้า:We're not allow to tell you (พวกเราไม่อนุญาตให้บอกคุณ)
หน้าแหกไป 1 รอบ แต่ยังไม่เข็ด...
อินา: Do you know I only see fbi agent in the movie, didn't expect that i gonna be in the car with you guys like this, (หัวเราะเบาๆ) (ยูรู้มั๊ย ว่าชั้นอ่ะ เห็นแต่เอฟบีไอแต่ในหนัง วันนี้ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ในรถกับพวกยู) กุก้อออกอาการหื่นมากไปเนอะ ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ
พี่เอฟ: Yes,ma'am
(ตอบแค่เนี๊ยะ? ตูพูดตั้งยาว! ไม่มีมารยาท! ขอบคุณสักคำก็ไม่มี เชอะ!!)
อินา: where are we going? (จะพาตูไปไหน?)
พี่เอฟ: You will see (เด๊วคุณก็รู้)
ถึงคำตอบนี้ อินาสมควรจะหุบปากและนั่งนิ่งๆ แต่เป็นคนไฮเปอร์จ๋า คิดว่าชั้นจะหยุดเหรอ? หึ!! แน่นอน...ถามต่อ 555
อินา: Do you know in Thailand have coup right now? (ตอนนั้นมีรัฐประหาร)
พี่เอฟนางข้างขวา: Yes, ma'am I saw the news.
ตกใจเล็กน้อย อุ้ยยย ตกลงพูดได้ด้วย นึกว่าจะเป็นแต่เก๊กอย่างเดียว
ที่นี่มอยยาวเลย ไทยแลนด์นะ เป็นอย่างงี้นะ อาหารไทยอร่อยมากนะ ยูต้องลอง พี่ทางซ้ายบอกว่าเคยกิน อร่อยมาก ... ก็มอยต่อเลยว่าทำอาหารอร่อยมากนะ ว่างๆมาแบบเฟรน ไม่เอาแบบนี้ เด๊วจะทำให้กิน มอยอยู่คนเดียวก็ได้ นางๆก็ได้แต่ตอบรับ "เยสแหม่ม เยสแหม่ม" อยู่นั่น แต่ตูก็ไม่รู้ไปได้ยังไงเนอะตอนนั้น 55 (การชวนคุยระหว่างทาง ก็ลดความกดดันไปได้เยอะมากเหมือนกัน)

หลังจากที่ล้อหยุดหมุน เสียงวีหวอหยุดหอน (แสบแก้วหูมานานแระ) แต่รถพวกพี่ๆเค้าเปิดไฟไซเร่นไว้ แว่บ วับเต็มไปหมด...
เดินเข้าไปข้างใน อลังการกว่าเดิม เกิดมาเป็นคนจัมไม คือมีคำถามตลอดเวลา ถามอีก
อินา:Why don't you tell me why am I here for? (ทำไมไม่บอกตูซะทีว่ามาที่นี่ืทำอะไร)
พี่เอฟ:Just follow us ma'am (แค่ตามเรามาแหม่ม!)
หรือความหมายที่สองคือพี่แกบอกให้กุหุบปากแล้วเดินตามมานิ่งๆ (โหดฝัด!!)
มาถึงตรงนี้ทำให้รู้ว่า...เอฟบีไอมันไม่ใช่ตึกลับใต้ติดเหมือนในหนัง มันคือตึกออฟฟิศธรรมดาๆนี่แหละ ... ส่วนพวกที่ไปบู๊ๆถือปืน คือหน่วยปฎิบัติการนั่นเองค่ะ
ทุกคนโดนแยกห้องกันสอบสวนหมด...
ก่อนเข้าห้องสอบสวน...โดนจับให้ไปถ่ายรูปแบบข้างหลังเป็นตัววัดส่วนสูง (เหมือนถ่ายบัตรประชาชนบ้านเราหรือแบบในหนังที่ถ่ายก่อนจะเข้าห้องขัง) ตอนนั้นนึกถามตัวเองในใจ"ฉากแบบนี้คุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ แต่กุไม่ได้ทำอะไรผิด จับกุไม่ได้นะ!" นึกในใจต่ออีก..นิสัยไม่ดี! ทำไมไม่บอกว่าจะมาถ่ายรูปค่ะ? จะได้พกหรูด(ลิปสติก)สีแดงๆมาทา อายไลน์เนอร์ก็ไม่ได้กรีด...ฮ่วยยย!! แต่ทำได้แต่หุบปากแล้วแค่ถามว่ายิ้มได้มั๊ยจ๊ะ? "ไม่ได้" จริงๆก็ยิ้มไม่ทันหรอก แมร่งกดซัตเตอร์เร็วและรัวหยั่งกะสายฟ้าฟาด ฟาย! ให้ตูสวยๆนิดนึงก็ไม่ได้!

(ต่อ)
หลังจากที่โดนจับถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จสมอารมณ์หมายของพี่แก ก็พาไปห้องสอบสวน (ในที่นี้ของตั้งชื่ิอเป็นชื่อเล่นว่า "ห้องเย็น") การสอบสวนเริ่มต้นขึ้นในห้องเย็น...เป็นห้องกระจกที่มีเก้าอี้ 3 ตัว ห้องมืดๆครึ้มๆ บรรยากาศทะมึนๆ ชวนให้คิดถึงละครสยองขวัญ ข้างในมีแอร์ 3 หมื่นบีทียู เปิดแรงเป่าหัวหลุด! คิดเอาเองว่าน่าจะมีกล้องมีไมค์อยู่ในห้อง...
นั่งรออยู่ประมาณ 20 นาที...แอร์ก็เย็น (จะแช่แข็งตูเหรอ?) แถวนั้นก็ไม่มีใครให้เรียกมาเบาแอร์ได้เลย...
(ต่อ) หลังจาก 20 นาทีผ่านไป (เกือบแข็งตาย) พี่ตีฟกับพี่ไบรอันสองคนที่ไปลากมาจากบ้านก็เข้ามา
บทสนทนาเริ่มขึ้น...สารภาพเลยว่าจำได้ไม่หมด แต่จะพยายามนึกให้ได้มากที่สุดนะคะ
เริ่มต้นด้วยการที่พี่เอฟให้แนะนำตัว..
พี่ตีฟ: "เป็นใครมาจากไหน เข้าเมกามาได้ไง"
อินา: ตอบผ่านไม่มีปัญหา
พี่ตีฟ: "สเตตัสยูแต่งงานนิ...แล้วสามีอยู่ไหน ทำอะไร"
ถึงตรงนี้แมร่ง เอาแล้วววว!!! ลังเลอยู่นานเลยว่าจะพูดความจริงดีมั๊ย เลือกที่จะตอบแบบกลางๆ "สามิตอนนี้อยู่ไทย ไปเทรนมวยไทยเพื่อจะกลับมาเปิดโรงเรียนมวยไทย"
พี่ตีฟกระซิบๆอะไรไม่รู้กับพี่อั้น แล้วก็ถามต่ออีกว่า "มีอะไรจะบอกพวกชั้นเกี่ยวกับสามียูมั๊ย" คำถามนี้บอกเลยหน้าชา คิดในใจพี่ๆแกคงรู้อะไรมาแน่ๆ ก็ตอบว่า "เยสเซอร์" พร้อมกับฝอยต่อไป"ชั้นกับสามีแต่งงานกัน เรารักกัน แต่เค้านอกใจชั้นไปมีคนอื่นในขณะที่ชั้นป่วยมากและรักษาตัวอยู่ ชั้นเสียใจมากที่เค้าทำแบบนั้น (บีบน้ำตา) ชั้นไม่สามารถนอนร่วมเตียงเดียวกับคนที่นอกใจชั้นได้ มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับชั้น เราจึงแยกกันอยู่ ทุกวันนี้เค้าก็ติดต่อขอคืนดีมาตลอด ชั้นไม่รู้หรอกในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้น หวังว่าทุกอย่างคงเวิกเอ้า (ควรได้ตุ๊กตาทอง) ตอนนี้ชั้นอยากให้เค้าพิสูจน์ตัวเองก่อนจะรับเค้ากลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง หวังว่าพวกยูคงเข้าใจ" จบปึ้ง!! โดนสองคำถามเรื่องสามี ดราม่ากุได้ผลสินะ ฮ่าๆๆๆ
พี่เอฟ:"โทรหาพ่อแม่ยูที่เมืองไทยได้มั๊ย?"
อินา:"ตามสบายจ่ะ แต่ยูต้องหาคนแปลนะ"
หายไปสัก 15 นาที กลับมาไม่พูดอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่ มารู้ทีหลังตอนได้คุยกับพ่อแม่ว่าเค้าถามอะไรบ้าง(เด๊วเล่า)
พี่เอฟ: (เขียนพี่เอฟเพราะจำไม่ได้ล่ะว่าใครถาม) เราอยากให้ยูดูอะไร ... ไปหยิบๆแผ่นมาเปิด เป็นวิดิโอ ... แบบแก!!! อึ้งสิ!! มีส่องบ้านจริงๆ ด้วย ...
ก่อนหน้านี้บอกเพื่อนตลอดว่ามีรถตู้บ้าๆจอดอยู่หน้าบ้าน แล้วส่องไปเห็นอะไรบ้างจ๊ะพี่? ชั้นตื่นมาทำงาน กลับบ้าน วีคเอ็นก็ไปแฮงค์เหมือนสาวสวยธรรมดาปกติ (อยู่ประเทศนี้น้องงามนะ อิอิ)... แล้วเข้าใจว่าที่เปิดวิดิโอให้ดู เพราะอยากให้พูดความจริงให้หมด นางๆพูดกันงี้ (ขู่กันหรอ!! เด๊วร้องไห้ใส่นะ!)
พี่อั้นหายไปข้างนอกสักพัก...
พี่ตีฟก็นั่งกดๆอะไรอยู่ในโน้ตบุ๊คไม่พูดไม่จา..
อินาก็แบบอยากใช้พลังจิตหาปุ่มปิดอิแอร์ตัวใหญ่ๆนี้มาก...(หัวกุได้หลุดก่อนกลับบ้านแน่ๆ)

พี่อั้นกลับเข้ามาในห้องพร้อมแฟ้มเอกสารสีเหลืองๆ
นางไม่พูดพร่ำทำเพลงหรือร่ายเรงแบบอินา นางๆถามต่อ: "เราได้แฟ้มอันนี้มา อยากให้ยูบอกเราว่าวันเวลานี้ ยูทำอะไรอยู่ไหน"
อินา: สูดหายใจหนึ่งเฮือกก "โอเคเซอร์"
พี่เอฟ: พฤศจิกา 12 2013 เวลา 09.09am.-1pm (นึกในใจเลือกเวลาแฮ็กดีจริงๆนะอิแฮ็คเกอร์)
แล้วใครจะไปจำได้วะ? แต่ด้วยเหตุละฉะนี้ ระลึกชาติไม่ออกก็ต้องระลึกให้ออกอ่ะ ความเป็นความตายเท่ากันเลยตอนนี้...
อินา: "ขอดูปฎิทินหน่อยจ่ะ"
พี่เอฟ เปิดๆปฎิทินในโน้ตบุ๊คให้ดู...
วันอังคาร 9.09am.-1pm.ทำไรอยู่ไหนวะ ...
อินา: "Give me 10 mins, Let's me think" (ขอเวลาคิด 10 นาทีนะคะ)
พี่เอฟ "เยสแหม่ม"
อินานั่งระลึกชาติแบบตัวสั่น(ไม่ได้กลัวนะ แอร์เย็น) แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้น้ำตาไหลออกมาเลย แบบ 10 นาทีผ่านไปป่าวๆ สมองว่างมาก... เลยขอต่อเวลาพิเศษอีก 10 นาที ค่อยๆมาเรื่ิอยๆ ตอนนั้นเลิกกับฝาชีแล้ว ออกมาอยู่คนเดียวแล้ว อยู่บ้านหลังนี้ ... ทำงาน 3pm-12am
9 โมงถึงบ่ายโมง วันนั้นกุก็นอนอยู่บ้านสิ
ชิหายยย!!! ก็บอกไปว่า "ชั้นนอนอยู่ในห้องที่พวกของยูไปเอาปืนจ่อหน้าแล้วบอกให้ออนนีนั่นแหละ"
พี่เอฟ: "พอจะมีพยานมั๊ยว่ายูอยู่ในบ้านจริงๆ"
อินา: "ก็มีสองตายายที่ยูพามาด้วยนั่นแหละ แต่ยูว่าเค้าจะจำได้มั๊ยล่ะ?" (พูดพร้อมสะบัดหางเสียงไปอารมณ์แบบนอยๆ) วันแรกก็ไม่รอดล่ะแส่ด
พี่เอฟไม่พูดอะไรต่อ...ก็ถามวันต่อไป
พี่เอฟ: กุมภา 20 2014 10am- 5pm.
เลื่อนๆมาดูปฎิทิน กรี๊ดดดดดด วันนี้กุรอดชัวร์!
เพราะ วันนั้นไปหาหมอให้ทรีทเม้นครบคอร์ท นางๆหาพยานว่าอยู่ที่นั่นจริงๆ เชิญเลยจ่ะ คนเค้าเห็นอินาทั้งรพ. ตั้งแต่ยาม พยาบาล หมอ ... นางถามๆข้อมูลแล้วโทรไปรพ. กลับมาไม่พูดอะไรต่อ...
พี่เอฟ: เมษา 13 2014 3am.-7am.
วันอาทิตย์!! กุอยู่บ้านอีกแระ! พยานก็มีสองตายาย
สรุป...ถามมา 3 วันที่ว่า อินารอดวันเดียว แต่แค่นี้ก็รู้แล้วป่ะว่าไม่ได้เป็นคนแฮ็ค แล้วอิโน้ตบุ๊คที่ยึดไปอ่ะ เพิ่งซื้อเมื่อกุมภา2014 จะเอาปัญญาไหนไปแฮ็คตอนพฤศจิกา2013วะ? คิดนิดนึงนะเพ่!
แล้วสองตายายเค้าตอนสอบคนละห้องก็โดนถามเหมือนอินา แต่ตายายเค้าจำไม่ได้ว่าทำอะไรอยู่ไหน...น่าสงสารกว่ากุอีก จะโทรหาลูกก็จำเบอร์ไม่ได้ ทำบาปนะพี่เอฟ!!

หลังจากการสอบสวนดำเนินการไปประมาณ 6 ชม.ตั้งแต่ไปลากมาจากบ้าน ขึ้นรถหอนแสบแก้วหู และห้องเย็นที่แอร์เป่าหัวหลุด กุ!!! ก็ยังเป็นผู้ต้องสงสัยคดีแฮ็คฐานข้อมูลอยู่ นางๆบอกว่า "โทรศัพท์เราตรวจเสร็จแล้วไม่เจออะไร ยูเอากลับไปได้" (ใส่ถุงซิลมาอย่างดี) แต่โน้ตบุ๊คกับคอมต้องตรวจสอบต่อไป ตรวจต่อพ่อง!! รำคาญ!! ไม่แวดใส่ก็ไม่ใช่กุล่ะ
"ตรวจไปก็ไม่เจออะไรหรอกเซอร์ (แบบโมโหล่ะ!) ชั้นรู้ว่าทุกคนผิดพลาดกันได้นะ แต่หน่วยงานใหญ่แบบยู ทำไมหาไม่ได้สักทีว่าคนในบ้านไม่ได้ทำ
นี่ชั้นให้ความร่วมมือสุดๆแล้วนะ แต่ยูก็ต้องเคารพในสิ่งที่ชั้นพูดด้วย ไม่นึกบ้างหรอว่าคนบริสุทธิ์เดือดร้อน ไปลากมาจากบ้านก็ไม่บอกว่ามาทำอะไร" (พี่อั้นบอกให้คามดาว) อินาฟังป่ะ? โน!! กุแพล่มต่อ "นี่ช่วยทรีสพวกชั้นให้ดีๆด้วยนะ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าชั้นบริสุทธิ์ชั้นจะซูหน่วยงานยู! สตูปิด!!"
คือตอนนั้นโมโหจริงๆ เป็นคนปากเสียๆอยู่ด้วย ไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจออะไรอีกบ้าง พูดมากๆ สิ่งที่ไม่มีอะไร มันอาจจะทำให้มีขึ้นมาก็ได้ ไม่รู้ว่ะ ที่นี่ชอบดูถูกเอเชีย เห็นหงิ่มๆไม่พูดไม่หือหรอจ๊ะ? (ไม่ใช่อินานะ!) "ยูรีบตรวจๆแล้วรีบๆคืนมา ชั้นต้องใช้โน้ตบุ๊คทำงาน ไม่มีเวลามาเล่นเกมส์ไล่ล่ากับพวกยู"
พี่ตีฟ: ออไรท์แหม่ม เราจะรีบตรวจสอบให้เร็วที่สุด
อินา: อีกนานเท่าไร? ชั้นขอเวลาที่แน่นอน
พี่เอฟ: เอ่อ อ่าอยู่นาน
อินา: 45 days that's it!! (ให้เวลา 45 วันแค่นั้นนะ) "ยูเอามานานเกินไปแล้ว"
"แล้วคราวหน้าถ้าจะให้มาออฟฟิศ ไม่ต้องไปลากถึงบ้านนะจ๊ะ ส่งจม.หรือโทรนัดเวลามา พวกเราจะไป เคารพเวลาส่วนตัวพวกเราด้วย"
พี่เอฟ: ออไรท์แหม่ม แล้วพวกเราจะติดต่อกับไป
ถึงตรงนี้เล่าให้แม่ฟัง แม่บอก แกเบาๆมั้งเหอะขวัญ เออ บางทีกุก็ฮาร์คคอร์จริงๆนั่นแหละ!
คุยกับพ่อกับแม่ว่าเค้าคุยอะไรถามอะไรบ้าง...
คนพูดเป็นภาษาอะไร แม่บอกเป็นภาษาไทย แต่เหมือนมีคนพูดภาษาปะกิดข้างๆ ถามว่า"ลูกอยู่ไหน ตอนนี้ทำงานอะไร เข้ามาเมกาได้ยังไง" ดีที่อินาคุยกับที่บ้านตลอด คำตอบเลยเหมือนกัน ประเด็นนี้เลยรอด...

ลูกๆของคุณยาย ทั้งลูกสาวลูกเขย โดนโทรให้ไปสอบสวนหลังจากนั้นสองวัน
ฝาชีเก่าอินาโดนสอบสวนทางโทรศัพท์ (กับฝาชีก็คุยกันอยู่ตลอด)

สรุป...
ตอนนี้จากเวลาที่นางไปลากมาจนลุเลยมาถึง ณ วันนี้ 30 วันหลังจากที่อินายื่นคำขาดไป...
ยังไม่มีความเคลื่ิอนไหวใดๆจากพี่เอฟทั้งสิ้น
ลายนิ้วมือกับรูปถ่ายไร้อายไลน์เนอร์ของอินาก็ยังปรากฎอยู่ในแฟ้มประวัติผู้ต้องสงสัยคดีแฮ้คเกอร์อยู่
ถ้า 45 วันไม่ได้คืน กุฟ้องปวีนาได้มั๊ย?
ไม่สิ!! ฟ้องลีน่าจังดีกว่าว่ะ นางน่าจะช่วยกู้โลกอินาได้ 55555

จบข่าว
นาขวัญรายงาน
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2759
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm


Return to Be Writing เรื่องของคนชอบเขียน

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest