Green Card Lottery ที่นี่มีคำตอบ

IMMIGRATION LAW TODAY ความรู้เรื่องกฏหมาย อินเมกรชั่น...

Green Card Lottery ที่นี่มีคำตอบ

Postby Tosak » Sat Aug 15, 2015 9:37 am

แห่งที่มา Pantip
Nanna-Nook
13 สิงหาคม 2558 เวลา 07:32:17 น

สวัสดีค่ะ ตามหัวข้อเลยนะคะว่าจะมาบอกเล่าทุกสิ่งอย่าง(ที่เรารู้) เกี่ยวกับกรีนการ์ดล็อตโต้ คือเราเองเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้รับใบเขียวผ่านโปรแกรมนี้ และประสบปัญหาล้านแปด กว่าจะได้ใบเขียวมาถือในมือจริงๆ ปัจจัยหลักๆเลยที่ว่าเป็นปัญหาคือ ถูกล็อตโต้แล้วทำไงต่อ อะไรยังไง งง มาก เริ่มไงดี หาข้อมูลแทบทุกทางก็ยังไม่ชัดเจน เป็นความบังเอิญจริงๆที่เข้าห้องไกลบ้านแล้วมีผู้โชคดีเช่นกัน ดึงกันเข้ากรุ๊ปไลน์ ซึ่งรวมคนที่ถูกล็อตโต้ของปี2014ไว้ ประมาณแปดถึงสิบคน ก็เลยช่วยกันหาข้อมูล ช่วยกันหาคำตอบ มีอะไรข้องใจ มีอะไรที่พอจะช่วยกันคาดการณ์ กรุ๊ปไลน์นี้ก็คุยกันตลอด เอกสารหลักฐาน วิธีขั้นตอนต่างๆ ก็แบ่งปันกัน แต่เราคิดว่าถ้าทำเป็นแหล่งข้อมูลที่ชัดเจนให้คนทั่วไปศึกษาได้ก็น่าจะดีไม่น้อย


**หมายเหตุ***
ข้อหนึ่งที่สำคัญมากๆคือ หากคุณถูกล็อตโต้แล้วคุณอยู่ในอเมริกา คุณต้องถูกกฎหมายนะคะ ถึงจะมีสิทธิ์ขอใบเขียว ถ้าสเตตัสขาด ถือว่าอดค่ะ ไม่ว่าโดยกรณีใดๆ วิธีเดียวที่จะได้ใบเขียวสำหรับผู้ที่โดด คือ แต่งงานเท่านั้นค่ะ เค้าไม่สนว่าคุณจะอยู่อเมริกาด้วยวีซ่านักเรียนมากี่สิบปี เพียงคุณไปโรงเรียนตลอด สถานภาพการเป็นนักเรียนไม่ขาด และไม่ได้ทำงาน ขัดกับการเป็น F1 คุณก็มีสิทธิ์ได้ใบเขียว เตรียม I-20 ทั้งหมดมายืนยันเป็นพอค่ะว่า ไม่ได้โดดเลยตลอดสิบปีที่อยู่อมเริกา แต่หากเค้าตรวจสอบได้ว่า คุณไม่โดดจริงแต่แอบทำงาน ไปรับเช็คอะไรกับใครไว้หรือเปล่า มันมีเรคคอทหมดเรื่องแบบนี้หนียากมากๆ สมัยนี้ทุกอย่างเชื่อมกันหมดเลย เตรียมเอกสารกันดีๆนะคะ ฝากไว้ด้วยสำหรับเรื่องนี้

ลองค่อยๆไล่ไปทีละอย่างแล้วกันนะคะ ตั้งแต่คำถามที่พบบ่อย จนถึงขั้นตอนการดำเนินการหากคุณเป็นผู้โชคดีเช่นกัน ได้ไม่มืดแปดด้าน เราของเป็นด้านที่เก้าที่ช่วยไขข้อสงสัย

(((((หมายเหตุอีกนิด ข้อมูลขั้นตอนการดำเนินการ หลังจากข้อที่ 7 นั้น เราจะเน้นสำหรับคนที่อยู่อเมริกานะคะ ขั้นตอนการขอกรีนการ์ดจะต่างจากคนที่อยู่นอกอเมริกาค่ะ แต่ถ้าสงสัยก็ถามกันได้ เผื่อมีผู้รู้ท่านอื่นๆช่วยได้ ))))


1. กรีนการ์ดล็อตโตรี่ คืออะไร
คือการแจกใบเขียว โดยที่ส่งชื่อรวมถึงข้อมูลเราเข้าไป แล้วระบบจะทำการสุ่มชื่อขึ้นมา แต่การถูกเลือกชื่อขึ้นมานั้นไม่ได้การันตีว่า คนๆนั้นจะได้ใบเขียวซะทีเดียว มีข้อแม้และขั้นตอนอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการให้ผ่าน

ข้อแม้หลักๆมีสองข้อคือ คุณต้องจบม.ปลาย หรือ มีประสบลการณ์ทำงานติดต่อกันสองปี(อันนี้คงแบบต้องมีคนออกใบรับรองให้ด้วย หากคุณไม่ได้จบม.ปลาย แต่จะใช้ข้อแม้นี้แทน)

จากสถิติ ปีหนึ่งๆนั้นคนส่งชื่อเข้าไปประมาณสิบล้านคนจากทั่วโลก ได้รับการสุ่มชื่อ หนึ่งแสนคน แต่ใบเขียวมีจริงๆให้แค่ ห้าหมื่นใบ เค้าประกาศจำนวนวินเนอร์เกินๆไว้ก่อน เผื่อบางคนลืมรหัสก็เช็คผลไม่ได้ เผื่อบางคนไม่ผ่านเกรณ์ แต่คนที่ได้จริงๆต่อปีคือแค่ห้าหมื่อนเท่านั่นค่ะ

ในห้าหมื่นใบนี้นับรวมถึง สามี/ภรรยาและลูก ของวินเนอร์ด้วยนะคะ ถ้าคนนั้น เกิดอยากแอพพลายให้คนในครอบครัว โควต้าใบเขียวก็ถูกหักไปเรื่อยๆ

เช่นวินเนอร์คนแรก แอพพลายให้ตัวเอง สามี และลูกสองคน ดังนั้น ใบเขียวจะหายไปแล้วสี่ใบจากห้าหมื่น คนเลขท้ายๆก็อดนะคะ ถ้าปีนั้น คนเลขข้างต้นๆขอเยอะ

2. ค่าใช้จ่ายในการสมัคร
ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ ย้ำว่า การสมัครน่ะฟรี แต่ค่าธรรมเนียมหลังจากได้รับเลือกแล้ว เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


3. สมัครเมื่อไหร่ อย่างไร
จะเปิดรับสมัครทุกๆเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ของทุกปี วันที่อาจเปลี่ยนแปลง แต่ช่วงเดือนจะคือช่วงสองเดือนนี้


4. สมัครที่ไหน
https://www.dvlottery.state.gov/
เท่านั้นเลยค่ะ เป็นเว็บทางการจริงๆของแท้ ถ้าเป็นที่อื่น คือพวกนายหน้า เอาข้อมูลเราไป พอถึงช่วง เค้าจะสมัครให้เราทุกปี ราคาก็แล้วแต่ว่าเราจะให้เค้าสมัครให้เรากี่ปี ซึ่งการสมัครผ่านนายหน้านั้น เราไม่แนะนำ เสียดายเงินแทน แต่ข้อดีคือ อย่างน้อยๆเราก็ไม่ลืมที่จะสมัคร และไม่ลืมรหัสที่เราต้องใช้ตรวจสอบผล เพราะเว็บของนายหน้าเหล่านั้นช่วยจัดการข้อมูลให้เราทุกอย่าง ราคาการสมัคร จะเริ่มที่ประมาณ $99/ปี หรือ 250/3ปี หรืออะไรก็ว่ากันไป


5. การตรวจสอบผล
เว็บเดิมที่เราสมัครนั่นแหละค่ะ ประกาศผลทุกๆต้นเดือนพฤษภาคม


กล่าวคือ สมัคร ตุลา2015 >> ประกาศผล พฤษภา 2016 >> ดำเนินการส่งเอกสารได้ตั้งแต่รู้ผล คือ พฤษภา2016 จนถึง กันยายน2017
หากภายในเดือนกันยายน2017 เรื่องยังดำเนินการไม่เสร็จ ถือว่า อดใบเขียวนะคะ เค้าตัดรอบทุกๆกันยา เพื่อเปิดรับสมัครใหม่ตุลา


6. ได้ล็อตโต้แล้วทำไงต่อ
ยินดีด้วยค่ะ คุณคือผู้ได้ไปต่อ แต่ช้าก่อน เราอยากให้ดูว่า คุณนั้นเลขประจำตัว(Case number or CN)
ที่เท่าไหร่ โดยในหน้าเว็บที่ประกาศผลจะระบุเลยว่าเราได้ลำดับเท่าไหร่ของทวีปเอเชีย แต่ละทวีปก็ได้โควต้าใบเขียวไม่เท่ากันค่ะ ขึ้นอยู่กับหลายๆอย่าง ไม่ขอพูดนะคะมันยาว ไปหาอ่านในเว็บ http://travel.state.gov/content/visas/e ... letin.html
กันแทนนะคะถ้าอยากรู้เพิ่มเติม

เคสนัมเบอร์จะมีรูปแบบดังนี้ ASย่อมาจากทวีปเอเชีย 20xxคือประจำปีอะไร แล้วตามด้วยเลขลำดับของเรา
ยิ่งเลขต่ำๆจะดีมากค่ะ เลขเกิน 7พัน หรือเลขลำดับคุณเลขที่ หมื่นกว่าๆ มีความเสี่ยงว่าจะแห้วได้ เพราะหากเค้าเรียกไม่ถึงเลขเรา ก็เป็นอันจบเกม


เช่น AS20140003422
เท่ากับว่าเราเป็นคนที่ 3422

เลขนี้มีความสำคัญมากๆ เพราะ แต่ละเดือน ทางเว็บ http://travel.state.gov/content/visas/e ... letin.html
จะบอกว่า เดือนนี้เรียกรับเอกสาร เรียกสัมภาษณ์ คนที่เท่าไหร่แล้ว

อย่างที่บอกข้างต้นว่า จะตัดรอบทุกๆเดือนกันยา ดังนั้น ถ้าเลขเราสูงๆ เลขเราอาจไม่ได้รับเรียกให้สัมภาษณ์ค่ะ
หมดเวลาซะก่อน อ่อๆ ลืมชี้แจงเรื่องการเรียกสัมภาษณ์


ยกตัวอย่างเหมือนจากด้านบน สมัคร ตุลา2015 >> ประกาศผล พฤษภา 2016
เราสามารถการกรอกข้อมูลได้เลยว่าเรามีความประสงค์จะขอใบเขียวนะ ข้อมูลก็หมือนเวลาขอวีซ่ามาอเมริกา
ชื่อแซ่ ที่อยู่ อาชีพ บลาบลา https://ceac.state.gov/IV/Login.aspx


คือฟอร์ม DS260ค่ะ กรอกไปก่อนเลย ระหว่างนั้น(พ.ค.-ก.ย.2016) ก็ใจเย็นๆไปก่อน การเรียกเอกสารขั้นอื่นๆ
เริ่มตุลา2016 เป็นต้นไป ถึง กันยายาม 2017

ถ้าแต่งงานหลังจากที่รู้ผลล่ะ แล้วอยากจะแอพพลายให้คู่สมรสเราด้วยทำได้มั้ย ทำไงบ้าง
ก็ต้องโชว์เอกสาร หลักฐานว่า เราแต่งกันจริงๆนะ รักกันจริง ไม่ได้จ้างเพื่อพ่วงผลประโยชน์ ก็ให้แฟนเรากรอก DS260 ไปกับเราด้วย
มันจะมีช่องให้เราเพิ่มชื่อเข้าไปค่ะ ทุกคนที่จะแอพพลายไปพร้อมๆกับวินเนอร์ต้องกรอกDS206 ทุกคน
เข้าสัมภาษณ์ เสียค่าธรรมเนียมต่างๆเหมือนกันค่ะ ข้ามข้อใดไปไม่ได้

ตรงนี้ตอนสัมภาษณ์เค้าจะขอเอกสารบลาบลา ถามโน่นนี่ เหมือนการขอใบเขียวสำหรับคู่สมรสเลยล่ะค่ะ
เค้าเข้มงวดมากๆในเรื่องพวกนี้ ดูระเอียดยิบๆ

การจะแอพพลายให้ลูก ลูกเราต้องอายุยังไม่เกิน21นะคะถึงจะพ่วงมาด้วยได้ ถ้าโตกว่านั้นยังแอพพลายด้วยไม่ได้ค่ะ

7. กรอก DS260แล้ว รอให้ได้อีเมล ตอบกลับค่ะ Email from KCC เค้าจะตอบกลับมาว่า ได้รับเรื่องแล้ว ทราบแล้วว่าเราจะดำเนินการขอใบเขียวนะ งั้นยูเอาฟร์อมนี้ปริ้นท์ออกมา กรอกแล้วส่งกลับมาพร้อมแคชเชียร์เช็ค หรือ มันนี่ออร์เดอร์ คนละ $330 ถ้าเราสมัครพร้อมสามี ก็ต้องจ่าย $660 เป็นต้น
สำหรับขั้นนี้เรายังไม่แนะนำให้จ่ายไว หากเลขคุณสูงมากๆ เพราะมีโอกาสสูงที่จะไม่ได้เงินคืน เรื่องก็ไม่คืบหน้า เพราะใบเขียวหมดก่อนถึงเลขเรา



8. เช็ควีซ่าบูลเลททินทุกๆเดือนค่ะ ลำดับจะประกาศว่าเดือนนี้เลขเท่าไหร่ เดือนหน้าเลขคนที่เท่าไหร่แล้ว ดูไว้ว่าใกล้เลขเราหรือยัง ถ้าใกล้ๆแล้วได้ส่งเอกสารชุดใหญ่ เป็นชุดที่หนักหนาสาหัสมากๆ เพราะเยอะมาก ละเอียดมากๆ เอกสารชุดนี้เรียกว่า Adjustment of Status or AOS

มีทริกมาฝากกันค่ะสำหรับขั้นตอนนี้
เวลาประกาศของแต่ละเดือนนั้น เราจะรู้ล่วงหน้าได้สองเดือนเช่น เดือนนี้ มกราคม เค้าจะประกาศของเดือน กุมภา และ มีนามาด้วยเลย ถ้าเลขเราจะ cut-off ในมีนา เราก็ส่งเอกสารมันตั้งแต่มกราเนี่ยแหละ โดยให้แนบ เอกสาร ชิ้นนี้ไปด้วย http://www.uscis.gov/sites/default/file ... ective.pdf ไฮไลท์ไปเลยว่า เรามีสิทธิ์ส่งก่อน 1มีนา ได้ 60วัน เค้าได้ไม่เด้งเอกสารเราคืนมา

9. ตรวจร่างกายล่วงหน้าหนึ่งเดือนก่อนที่เลขเราจะ คัทออฟ เพราะเราต้องส่งซองผลตรวจร่างกายไปด้วย ห้ามแกะเด็ดขาดเลยนะคะ ราคาจะอยู่ที่ $175 UP แล้วแต่หมอค่ะ เผื่อมีค่าวัคซีนด้วยอาจมีแพงถึง สาม สี่ ร้อย


10. เอกสาร AOS นี้ ห้ามใช้แม็กเย็บนะคะ ใช้คลิปติดเท่านั้น เวลาส่งส่งแต่ตัวสำเนา ทุกอย่างต้องแปลแล้วมีการรับรอง ไม่ว่าจะรับรองโดยกงสุลไทย หรือ กระทรวงจ่างประเทศ หรือนักแปลที่มีเลขมีใบอนุญาต ถ้าแปลเองไม่มีตราประทับรับรอง เอกสารนั้นใช้ไม่ได้ค่ะ

เอกสารจำเป็นมากๆคือ ฟอร์ม I-485
-ใบเกิด
-ใบจบ ม.ปลาย และระดับอื่นๆที่สูงขึ้นมา
-ใบเสร็จจ่ายเงิน $330
-ใบตรวจร่างกาย
-สำนพาสปอต
-สำเนาวีซ่า
-รูปถ่ายสองรูป ไปถ่ายที่วอลกรีน ซีวีเอสก็ได้ค่ะง่ายๆ
-จดหมายที่เค้าส่งตอบกลับมาหลังจากที่เรากรอก DS260 อันนี้เค้าเรียกว่า Email from KCC (2nd NL - Confirmation Notice from KCC)
-หน้าเว็บที่เราเข้าไปตรวจผลว่าเราได้รับเลือก
-บันทึกการขึ้นศาลต่างๆ ไม่นับเรื่องจราจรนะคะ ไม่ว่าผลการตัดสินจะยังไงก็ต้องส่งรายละเอียดให้หมดค่ะ ว่าที่ผ่านมาเคยขึ้นโรงขึ้นศาลมั้ย เคยถูกจับหรือเปล่า แม้ว่าเคสอาจจะดิสมิสไปก็ตาม
-แบงค์สเตทเม้น หากเป็นนักเรียนก็ให้พ่อแม่ผู้ปกครองเขียนรับรองมาค่ะว่า ทำงานอะไร ส่งเสียเราใช่มั้ยตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ที่อเมริกา
I-20 ทั้งหมด ไม่ว่าจะกี่สิบปีก็ต้องหามาให้ครบให้ได้ ถ้าหาไม่ได้เช่น โรงเรียนภาษานั้นปิดไปแล้วก็ต้องหาใบรับรองจากที่ใดซักที่ ที่บอกได้ว่าช่วงปีนั้นๆคุณสเตตัสไม่ขาดนะ

Form I-765 Employment Authorization ถ้าต้องการขอเวิคเพอร์มิท อันนี้ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ค่ะ เพราะหากเรามีใบเขยวก็ทำงานได้สบายๆอยู่ดี ใบนี้ได้มามีอายุหนึ่งปีเท่านั้นนะคะ อ่อ ได้พร้อมเลขโซเชี่ยวเลยหากใครยังไม่มีเลขโซเชี่ยว

Form G-1145, E-Notification of Application/Petition Acceptance
ใบนี้เพื่อลงทะเบียนว่า เราขอให้เค้าส่งการอัพเดทต่างๆมาที่ อีเมลล์ และ เท็กมาหาเราค่ะ สะดวกดีเหมือนกันควรกรอกไปด้วยนะคะ

Form G-325A, Biographic Information
ฟอร์มนี้ถ้าเรื่องที่อยู่ ที่ทำงาน ที่ผ่านๆมาของเราตั้งแต่เกิดเลยมั้งคะว่าอยู่ที่ไหนมาบ้าง อันนี้ลืมไปแล้วว่า ตั้งแต่เกิดหรือว่าตั้งแต่อายุสิบหก ลองเข้าไปเช็คอีกทีว่าเค้าถามว่าไง



ขั้นตอนนี้ต้องเสียงเงินค่าธรรมเนียม คนละ $1070 แอพพลายหลายคนก็คูรกันไปค่ะ เฮ่อๆ เราแนะนำให้จ่ายเป็นเช็ค เพราะสามารถตรวจสอบได้ว่า ทางนั้นแคชเงินเราออกไปแล้วหรือยัง


ส่งเอกสารทั้งหมดทั้งมวดที่เราว่าสำคัญไปที่ Chicago Lockbox ค่ะ
USCIS
PO Box 805887
Chicago, IL 60680-4120


11. พอส่งเอกสาร AOS ปึกใหญ่ไปแล้ว รอการตอบกลับค่ะ
จะมีเอกสารยืนยันว่า ได้รับเรื่องเราแล้วนะ ต่อไปก็รอใบนัดให้ไป พิมพ์ลายนิ้วมือกับถ่ายรูป รูปที่ถ่ายครั้งนี้จะอยู่บนใบเขียวเรานะคะ แนะนำให้ตั้งสติดีๆทำหน้าดีๆ เพราะมันติดไปตลอดเลย จะไปทำบัตรใหม่เสียอีกหลายร้อยนะขอบอก นิ้วห้ามเป็นแผลมีรอยใดๆนะคะ

ส่วนนี้เค้าจะส่งข้อมูลเราไปที่เอฟบีไอค่ะ ว่าเรามีประวัติอาชญากรรม อะไรมาบ้างมั้ย ตรงกับที่เรากรอกเอกสารต่างๆนานา ที่เราส่งให้เค้าหรือไม่


12. รอใบนัดสัมภาษณ์ และเข้าสัมภาษณ์ตามวันเวลาที่เค้ากำหนด วันนั้นต้องเอาเอกสารตัวจริงทั้งหมดไปค่ะ เอาไปให้มากที่สุดเท่าที่มี แบบว่าถ้าขออะไรเพิ่มเติมเรามีให้หมดเลยจะเอาไรอีกมั้ย ฮ่าๆ ไม่มีคำว่าเราเตรียมเอกสารเยอะเกินไปนะคะ
เพราะดีกว่าเค้าขอแล้วเราไม่มี ถึงตอนนั้นล่ะจะปวดหัว

13. สัมภาษณ์แล้ว Welcome Letter ค่ะ อันนี้ใบสำคัญว่าเรานั้นได้เปลี่ยนสถานภาพแล้วจาก คนถือวีซ่า เป็นคนถือใบเขียวแล้วนั่นเอง(เย้) F1 ใช้ใบนี้ไปเป็นเอกสารบอกโรงเรียนว่า ชั้นไม่ต้องเรียนแล้วนะสำหรับนักเรียนภาษา หรือชั้นเป็นคนของที่นี่แล้วนะ ลดราคาให้ชั้นซะดีๆคิดราคาเรสสิเด้นซะทีเถอะ(สำหรับบางโรงเรียนที่มีเรทค่าเรียนต่างชาติกับเรสสิเด้น ก็จะได้ราคาคนที่นี่แบบถูกลงมาอย่างมาก)


14. นอนรอใบเขียวมาดรอปในตู้จดหมาย

เป็นกระทู้ที่ยาวยืดมากๆ ที่จริงมีรายละเอียดย่อยๆลงลึกไปอีกสำหรับบางขั้นตอน แต่ขอเก็บไว้ก่อนแล้วกัน เท่านี้น่าจะพอเป็นทางออกสำหรับใครหลายๆคนไว้อ่านเป็นแหล่งข้อมูลอีกหนึ่งที่แล้วกันนะคะ

ลิงค์แนะนำ
http://forums.immigration.com/forums/lo ... as-dv.119/
เราได้ข้อมูลต่างๆจากที่นี่เยอะมาก ลองไปสืบค้นกันต่อไปนะคะ

Nanna-Nook
13 สิงหาคม 2558 เวลา 07:30:22 น.
แก้ไขข้อความเมื่อ 13 สิงหาคม 2558 เวลา 07:35:37 น.
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2780
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to Be Law กฏหมาย อินเมเกชั่น

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest

cron