ข่าวสังคมบอสตัน 14 ตุลาคม 2558

ข่าวสังคมบอสตัน โดย วัดนวมินทรราชูทิศฯ

ข่าวสังคมบอสตัน 14 ตุลาคม 2558

Postby Tosak » Wed Oct 14, 2015 9:39 am

Image
001 กิจกรรมประจำอาทิตย์ตลอดพรรษา เทศนา เรื่องทศชาติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยพระมหาตอง ธมฺมญฺญู ในพระชาติของวิทูรชาดก บำเพ็ญสัจจบารมี ในเรื่องของการมีสัจจะในการใช้ชีวิตนั้นเอง

Image
002 คณะพระสงฆ์และผู้ปกครองนักเรียน ร.ร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดนวมินทรราชูทิศ ได้ร่วมกันประชุมเผื่อวางแนวทางในการปฏิบัติ ในปีการศึกษา 2558 นี้ โดยจะมีการปฐมนิเทศ ในวันที่ 18 ตุลาคม 2558 นี้นั้นเอง

Image
003 พระภาวนาวชิรวิเทศ และพระสิงหา อภิชยญาโณ เดินทางไปร่วมงานประชุมเจ้าอาวาสและงานยกช่อฟ้าวัดสัทธาธรรม เมือง San Antonio, Texus โดยมีพระสงฆ์ทั่วอเมริกา เดินทางไปร่วมงานในครั้งนี้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน.

Image
004 พระภาวนาวชิรวิเทศและคณะพระสงฆ์หมู่ใหญ่ ร่วมฉลองสายทานศรัทธาฉันภาตาหารเพล จากพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่เดินทางไปร่วมงานบุญยกช่อฟ้า วัดสัทธาธรรม เมือง San Antonio, Texus

"ใกล้พระพุทธเจ้าเข้าไปแล้ว"
ชื่อเรื่อง "ใกล้พระพุทธเจ้าเข้าไปแล้ว" นี้ลองฟังให้ดี จะได้รู้ว่า เราใกล้ พระพุทธเจ้า เข้าไปแล้ว หรือไม่ นักศึกษา ในมหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง ได้ไปเยี่ยม ธยานาจารย์ คือ อาจารย์แห่ง นิกายเซ็น แห่งหนึ่ง ชื่อว่า กาซาน เพราะ นิสิตคนนั้น เขาแตกฉาน ในการศึกษา เขาจึงถาม อาจารย์กาซานว่า เคยอ่าน คริสเตียน ไบเบิล ไหม ท่านอาจารย์ กาซาน ซึ่งเป็นพระเถื่อน อย่งพระสมถะ นี้จะเคยอ่าน ไบเบิล ได้อย่างไร จึงตอบว่า เปล่า ช่วยอ่าน ให้ฉันฟังที นิสิตคนนั้น ก็อ่าานคัมภีร์ไบเบิล ตอน Saint Mathew ไปตามลำดับ จนถึงประโยคที่ว่า ไม่ต้องห่วงอนาคต คือไม่ต้องห่วงวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้ มันจะเลี้ยงตัวมันเองได้ แม้แต่ นกกระจอก ก็ไม่อดตาย ทำนองนี้

ท่านอาจารย์ กาซาน ก็บอกว่า ใครที่พูดประโยคนี้ได้ ฉันคิดว่า เป็นผู้รู้แจ้งคนหนึ่งทีเดียว คือเป็น An enlighten one คนหนึ่ง ทีเดียว แต่นิสิตคนนั้น ก็ยังไม่หยุดอ่าน คงอ่านต่อไป มีความว่า "ขอเถิด แล้วจะได้ จงแสวงหาเถิด แล้วจะพบ จงเคาะเข้าเถิด แล้วมันจะเปิดออกมา เพราะว่า ใครก็ตามที่ขอแล้ว จะต้องได้รับ ใครก็ตาม ที่แสวงหา แล้วย่อมได้พบ และใครก็ตาม ที่เคาะเข้าแล้ว ประตูก็จะเปิดออกมา"

พอถึงตอนนี้ อาจารย์ กาซาน ก็ว่า แหม วิเศษที่สุด ใครก็กล่าว อย่างนี้ ก็ใกล้ พระพุทธเจ้า เข้าไปแล้ว นิทานของเขาก็จบนิทานเรื่องนี้ จะสอนว่า อย่างไร? หมายความว่า ถ้ารู้ธรรมะจริง จะไม่เห็นว่า มีลัทธิคริสเตียน หรือ พุทธ หรือ อะไรอื่น ในจิตใจ ของผู้รู้ธรรมะ จริง จะไม่รู้สึกว่า มีคริสต์ มีพุทธ มีอิสลาม มีฮินดู มีอะไร เพราะไม่ได้ ฟังชื่อเสียง เหล่านั้น ไม่ต้องเป็น นิกายอะไร ครูบาอาจารย์ สำนักไหน คัมภีร์อะไร อ้างหลักฐานชนิดไหน ไม่มีจิตใจ หรือ ความรู้สึก ที่ค้านหรือ รับฟังถ้อยคำเหล่านั้น จะฟังแต่ เนื้อหา ของธรรมะนั้น และก็ เนื้อหา ของธรรมะสูง ก็รู้ได้ว่า มันเป็นอย่างไร สูง ต่ำ ก็รู้ว่า สูงต่ำ อย่างที่ว่า เคาะเข้าเถิด จะเปิดออกมานี้ มันก็เหมือนอย่งที่เราพูดว่า ถ้าปฏิบัติให้ถูก มันก็จะง่าย ง่ายที่สุด ในการที่จะบรรลุนิพพาน เดี๋ยวนี้ ไปนอนหลับสบายกันเสียหมด ทั้งพระ ทั้งฆราวาส ก็ได้ ไม่มีใครเคาะ ไม่มีใครแสวงหา หรือ ไม่มีใครขวนขวาย นั่นเอง ถ้าฟังกันแต่ เนื้อหาธรรมะ แล้ว มันไม่มีพุทธ ไม่มีคริสเตียน หรือ ไม่มีเซ็น ไม่มีเถรวาท ไม่มีมหายาน อย่างนี้ ไม่มีอาการ ที่จะเป็นเขา เป็นเราเลย จิตมันว่างเสียเรื่อย มันจึงมีเขาฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่ได้ มีเราอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่ได้ ฉะนั้น ความกระทบกัน ระหว่างเขา กับเรา ไม่อาจจะเกิด ไม่มีทางจะเกิด ไม่มีพื้นฐานจะเกิด เห็นธรรมะ เป็นพระเป็นเจ้า เห็นพระเป็นเจ้า เป็นธรรมะไปเสียเลย เหมือนอย่างว่า พระเป็นเจ้า ของฝ่ายที่ถือศาสนา พระเป็นเจ้านั้น มีการสร้าง มีการทำลาย มีการให้รางวัล มีการทำอะไร ทุกอย่าง ตามหน้าที่ ของพระผู้เป็นเจ้า เราก็มีสิ่งที่ทำหน้าที่อย่างนั้น ครบทุกอย่าง เหมือนกัน แต่เราไปเรียกว่า ธรรม เหมือนกับ ความหมายของ คำว่า ธรรมะ ที่อธิบายแล้ว ในการบรรยายครั้งที่ ๑ นั้น ไม่มีอะไร นอกจาก ธรรมะ แล้วความโง่ ความหลง คือ อวิชชา ต่างหาก ที่ไปสมมติ ให้ว่า เป็นชื่อนั้น ชื่อนี้ อย่างนั้น อย่างนี้ พวกนั้น พวกนี้ จนมีเรา มีเขา จริยธรรมทั้งหมด ของธรรมชาติ ทั้งหมด นั้น มีเรื่องเดียว แนวเดียว สายเดียว

ขอให้สนใจ ในความจริง ข้อนี้ เถอะว่า จริยธรรม ทั้งหมด ของโลกนี้ หรือ ของโลกอื่นด้วยก็ได้ ย่อมมีแนวเดียว และสายเดียว และตรง เป็นอันเดียวกัน ไม่ต้องพูดกันว่า ของประเทศนั้น ประเทศนี้ ศาสนานั้น ศาสนานี้ ในโลกเดียวกันนี้ ถึงแม้ว่า สิ่งที่เป็น จริยธรรม จะมีหลายรูป หรือ หลายเหลี่ยม ดังที่กล่าวมาแล้ว แต่วันแรกนั้น ก็ยังเป็น อันเดียว แนวเดียว สายเดียวกัน อยู่นั่นเอง มีแต่ว่า ระบบไหน ใกล้จุดปลายทาง หรือยัง เท่านั้น แต่เรื่อง ต้องเป็น เรื่องเดียวกันหมด ขึ้นชื่อว่า ธรรมะแล้ว ต้องเป็น เรื่องเดียวกันหมด แต่ว่า อันไหน หรือ ที่ใครกล่าวนั้น มันใกล้จุดปลายทาง เข้าไปหรือยัง ฉะนั้น เราอย่าได้รังเกียจ อย่าได้ชิงชัง ว่า คนนั้น คนนี้ เป็นคริสเตียน แล้วก็จะต้องเป็นศัตรู เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ขึ้นมา ทีเดียว ถ้าถืออย่างนี้ ก็แปลว่า ไม่รู้ธรรมะ ยิ่งเป็น ครูบาอาจารย์ ด้วยแล้ว ไม่ควรจะไปรู้สึกทำนองนั้น เป็นอันขาด
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2759
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to ข่าวสังคมบอสตัน...โดย วัดนวมินทรราชูทิศฯ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest