ข่าวสังคมบอสตัน 30 ธันวาคม 2558

ข่าวสังคมบอสตัน โดย วัดนวมินทรราชูทิศฯ

ข่าวสังคมบอสตัน 30 ธันวาคม 2558

Postby Tosak » Wed Dec 30, 2015 12:25 pm

Image
001 วัดนวมินทรราชูทิศ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ร่วมกันปฏิบัติธรรม สวดมนต์ข้ามปี ในคืนวันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม ปี 2558 จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2559 เพื่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆที่ดีงามในปีใหม่ที่จะมาถึงนั้นเอง

Image
002 คุณณภัทร สัตตยามัลลี ทำบุญถวายสังฆทาน วันคล้ายวันเกิด เพื่อความเจริญงอกงามในการใช้ชีวิตของตนเองในการเริ่มต้นใหม่ของอีกหนึ่งปีนั้นเอง

Image
003 พระมหาธีระวงษ์ ญาณสุธีโร ป.ธ.๘ ทรงเป็นภิกขุปาฏิโมกข์ประจำเดือนธันวาคม ร่วมด้วยคณะสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ นครบอสตัน ซึ่งมีพระเดชพระคุณพระภาวนาวชิรวิเทศ วิ.หัวหน้าสงฆ์ ในการลงอุโบสถฟังพระปาฏิโมกข์ตามพระธรรมวินัย ซึ่งต้องทำทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง

Image
004 คุณเดชา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ,คุณธนพร ตั้งจิตต์สำราญและคุณศุภโชค ไชยสุวรรณ์และครอบ เป็นเจ้าภาพถวายหนังสือธรรมะเป็นจำนวนหลายเล่ม แก่ห้องสมุดวันนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ ขอจงเป็นผู้เจริญสติปัญญา ตลอดไปเทอญ..

นายข้าวเย็น
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่งยากจนมาก แต่เป็นพ่อและแม่ก็พยายามเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวที่ชื่อเย็นมาด้วยความวิริยะอุตสาหะ จนกระทั่งเมื่อเย็นอายุได้ 15 ปี พ่อและแม่ก็สิ้นบุญไปพร้อมๆ กัน เย็นออกเดินทางจากบ้าน ระเหเร่รอนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ชนิดที่เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า เพราะตัวเองไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรติดตัวและวิชาความรู้ก็ไม่มี เขาได้ไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และได้เขาทำงานที่บ้านเศรษฐีใจบุญคนหนึ่ง เขาได้ให้เย็นช่วยทำงานโดยทำหน้าที่เอาควายไปเลี้ยงในทุ่งตั้งแต่เช้า จะกลับก็ตอนเย็น ๆ แม้จะเข้ามาอยู่ในบ้านของเศรษฐีแล้ว เย็นยังเป็นเย็น เขาไม่เคยลืมตนว่าเขาเป็นใคร เขาออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อเอาควายไปเลี้ยงที่กลางทุ่ง และกว่าจะกลับก็ค่ำมืด เลยกินข้าวแต่เย็น ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนๆ เลยเรียกเขาว่า นายข้าวเย็น
อยู่มาวันหนึ่ง นายข้าวเย็นก็ออกไปเลี้ยงควายที่ทุ่งนาตั้งแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวัน บ่ายวันนั้น เขานอนหลับที่ใต้ต้นตาลด้วยความเหน็ดเหนื่อยและได้ฝันว่า เทวดาองค์หนึ่งได้เดินทางมาหา และพูดกับเขาด้วยความสงสารว่า
“เย็นเอ๋ย.... เจ้าเป็นคนดี มีความอดทนและขยันขันแข็งในการทำงาน เราสงสารเจ้ามาก เราจะให้ของดีแก่เจ้าสักอย่างหนึ่ง.... ต่อไปนี้เมื่อเจ้าจะพูดอะไรก็ขอให้เป็นอย่างที่พูด”
ว่าแล้วเทวดาก็ถ่มน้ำลายเข้าไปในปากของนายข้าวเย็น แล้วก็หายไป เมื่อนายข้าวเย็นตกใจตื่นขึ้นมา เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเลี้ยงควายอยู่จนเย็นค่ำ จึงได้ไล่ต้อนควายกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ ขณะที่กำลังไล่ต้อนควายกลับบ้านนั่นเอง เขาได้เล่าถึงความฝันของเขาเมื่อตอนบ่ายให้เพื่อน ๆ ฟัง เพื่อน ๆ จึงยุนายข้าวเย็น ให้ทดลองดูว่าจะเป็นจริงเหมือนอย่างที่เทวดาบอกในฝันหรือไม่ นายข้าวเย็นจึงชี้ไปที่ควายที่กำลังเดินอยู่แล้วพูดว่า “จงหยุดเดินเดี๋ยวนี้” ปรากฏว่า ควายทั้งหมดหยุดเดิน ยืนนิ่งเป็นหุ่น ต่อเมื่อนายข้าวเย็นพูด “จงเดินต่อไป” ฝูงควายก็ออกเดินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อน ๆ ของนายข้าวเย็นรู้สึกตื่นเต้นกันมาก ที่นายข้าวเย็นกลายเป็นคนมีวาจาสิทธิ์ เมื่อนายข้าวเย็นกลับมาถึงบ้านเศรษฐี เขาก็ไม่ได้เล่าเรื่องราวใด ๆ ให้เศรษฐีฟัง ในขณะนั้นนายข้าวเย็น เหลือบไปเห็นบุตรสาวของเศรษฐีกำลังนั่งเล่นอยู่ที่นอกชาน เขาจึงได้พูดขึ้นว่า “จงนั่งอยู่อย่างนั้น” บุตรสาวของเศรษฐีนั่งติดอยู่ที่นอกชานโดยไม่มีอาการไวติงแต่อย่างใด ตั้งแต่หัวค่ำจนกระทั้งดึก เศรษฐีให้รู้สึกแปลกใจมากในอาการของบุตรสาวตนที่นั่งอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมพูดจาแต่ปราการใด ช้ำยังนั่งนิ่งไม่ยอมไหวติงเลย เศรษฐีรู้สึกกลุ้มใจเป็นอันมากในอาการผิดปกติของบุตรสาว เช้าวันรุ่งขึ้นเศรษฐีได้ให้คนไปตามหมอมาตรวจ และรักษาอาการของบุตรสาวของตน แต่ก็ไม่มีหมอคนใดสามารถเยียวยาได้ถูกกับโรคทำให้มีอาการเป็นเช่นปกติได้ เศรษฐีกลุ้มใจเป็นที่สุด จึงให้ประกาศป่าวร้องว่า ถ้าใครสามารถทำให้บุตรสาวของตนเป็นปกติดังเดิม ก็จะยกบุตรสาวให้แต่งงานอยู่กินกับบุคคลนั้น และจะยกทรัพย์สมบัติของตนให้ครึ่งหนึ่งด้วย ปรากฏว่ามีผู้อาสามารักษาบุตรสาวของลูกเศรษฐีกันคนแล้วคนเล่า แต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาเยียวยา ให้บุตรสาวเศรษฐีรู้สึกกลุ้มใจเป็นอันมากในอาการผิดปกติของบุตรสาว
เช้าวันรุ่งขึ้นเศรษฐีได้ให้คนไปตามหมอมาตรวจ และรักษาอาการของบุตรสาวของตน แต่ก็ไม่มีหมอคนใดสามารถเยียวยาได้ถูกกับโรคทำให้อาการเป็นเช่นปกติได้เศรษฐีกลุ่มใจเป็นที่สุด จึงให้คนประกาศป่าวร้องว่า ถ้ามีใครสามารถทำให้บุตรสาวของตนเป็นปกติดังเดิม ก็จะยกบุตรสาวให้แต่งงานอยู่กินกับบุคคลนั้น และจะยกทรัพย์สมบัติของตนให้ครึ่งหนึ่งด้วย นายข้าวเย็นรู้สึกสงสารเศรษฐี และเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้ครอบครัวของเศรษฐีต้องวุ่นวาย และทำให้เศรษฐีไม่สบายใจอย่างนั้น เขาจึงบอกกับเศรษฐีว่า เขาจะทำให้บุตรสาวเศรษฐีมีอาการเป็นปกติ เศรษฐีไม่เชื่อว่านายข้าวเย็นจะมีความสามารถแต่ก็ไม่ได้พูดจาอะไร นายข้าวเย็นจึงพูดกับลูกสาวเศรษฐีว่า “จงเคลื่อนไหวดังเดิม” ลูกสาวเศรษฐีก็หายเป็นปกติ พูดจา และเคลื่อนไหวได้ตามคำพูดของนายข้าวเย็น เศรษฐีรู้สึกดีใจเป็นอันมาก และแปลกใจในความสามารถและวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ของนายข้าวเย็น เขาได้จัดพิธีแต่งงานระหว่างนายข้าวเย็นกันบุตรสาวของเขาขึ้นอย่างใหญ่โตมโหฬาร และได้มอบสมบัติให้นายข้าวเย็นและบุตรสาวก็ครองรักกันมาด้วยความผาสุก
นิทานเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า: บุคคลผู้ประกอบกรรมดี มีความอดทนและขยันขันแข็งในการทำงาน ย่อมจะได้รับผลตอบแทนในกรรมดี ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ดังเช่นนายข้าวเย็นผู้ได้รับวาจาสิทธิ์จากเทวดาในนิทานเรื่องนี้
Tosak
Site Admin
 
Posts: 2759
Joined: Mon May 06, 2013 10:35 pm

Return to ข่าวสังคมบอสตัน...โดย วัดนวมินทรราชูทิศฯ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest

cron